ตุ๊กตาถักไหมพรม – น้องบีทรูท

งานถักตุ๊กตาชิ้นนี้เป็นงานชิ้นเล็กๆ ทำไม่ยากและใช้เวลาไม่นานมาก เป็นตุ๊กตาน้องบีทรูท บีทรูทจะเป็นพืชหัว จะมีส่วนหัวเจริญเติบโตอยู่ใต้ดิน แล้วก็มีใบอยู่สูงจากผิวดินขึ้นมา เวลาผ่าบีทรูทผลจริงๆออกมาเนื้อข้างในจะเป็นสีแดงมากๆ ฉ่ำๆ มักจะใช้เป็นวัตถุดิบที่ไปเพิ่มในเมนูปั่นเพื่อเพิ่มสีสันให้มีสีแดง แต่ถ้าทานเนื้อสีแดงๆ ของบีทรูทเยอะ ปัสสาวะก็อาจจะมีสีออกแดงๆ ออกมาได้เช่นกัน ถ้าคนที่ไม่ทราบเรื่องนี้กินเข้าไปเยอะๆ เจอปัสสาวะสีแดงก็อาจจะตกใจได้ (ข้อมูลเกี่ยวกับ beetroot เพิ่มเติมจาก wikipedia) ออมเองก็เคยทดลองปลูกพวกพืชหัวเช่นบีทรูท, แรดิชอยู่พักหนึ่ง ปลูกได้ไม่ยากมาก ปลูกแล้วพอได้ผลผลิตก็เอามาใส่เมนูสลัด ถ้าอยากจะปลูกให้หัวแรดิชกลมสวยต้องใช้ดินร่วนๆ หน่อย และดินต้องลึกในระดับที่เหมาะสมกับขนาดหัวของพืชชนิดนั้นๆ ไม่เช่นนั้นหัวจะไม่สวยเท่าไร ถ้าดินไม่ร่วนหัวอาจจะบิดเบี้ยวไปตามอินทรีย์วัตถุที่ไปกีดขวางอยู่ตรงนั้นได้ แล้วในการปลูกพืชหัวต้องระวังส่วนรากตอนเป็นต้นกล้ามากกว่าพืชชนิดอื่น เพราะว่าถ้ามีการย้ายต้นกล้าของพืชหัวแล้วรากเสียหาย นั่นอาจะทำให้ต้นนั้นไม่สร้างหัวต่อได้อีก หรืออาจจะทำให้หัวบิดเบี้ยวเป็นทรงที่ไม่กลมสวยได้เช่นกัน พอเคยลองปลูกดูก็เลยจะคุ้นกับบีทรูทพันธุ์ที่ด้านนอกเป็นผิวสีแดงค่อนไปทางน้ำตาล เนื้อข้างในสีแดง แต่ว่าแบบในตุ๊กตาถักไหมพรมชิ้นนี้บีทรูทจะเป็นผิวสีม่วง และชิ้นงานไม่สามารถนำมาผ่าเพื่อดูด้านในได้ (ถ้าผ่าออกมาก็จะเจอใยสังเคราะห์สีขาวแทนที่จะเจอเนื้อบีทรูทสีแดงนะ) แต่พอเป็นชิ้นงานสีม่วงก็น่ารักดีไปอีกแบบนะ ส่วนแพทเทิร์นของน้องบีทรูทอันนี้ก็ถักตามในหนังสือ Knotmonsters: Vegetable edition: 22 Amigurumi Crochet Patterns ของคุณ Michael Cao เล่มนี้ซื้อเป็น ebook จาก amazon มา(ไม่ได้ซื้อหนังสือเป็นเล่มกระดาษ) พอเป็น Read more about ตุ๊กตาถักไหมพรม – น้องบีทรูท[…]

ตุ๊กตาถักไหมพรม – น้องถั่วลันเตาในฝัก

งานชิ้นนี้เป็นงานถักน้องถั่วลันเตา พร้อมฝัก สามารถถอดเมล็ดถั่วเข้า-ออกจากฝักได้ เวลาว่างๆ เบื่อๆ ก็ถอดเมล็ดถั่วแล้วเก็บเข้าฝัก ทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ ก็หายเบื่อเพราะเหนื่อยแล้ว ไปทำอย่างอื่นดีกว่า งานชิ้นนี้ทำไม่ยากมาก และใช้เวลาทำไม่มาก มือใหม่หัดถักก็สามารถหัดถักตามได้ไม่ยาก แต่สำหรับออมที่ยากกว่าคือเลือกสีของไหมพรมที่จะใช้กับงาน เลือกยังไงให้โทนเข้ากันแล้วดูออกมาดีด้วย ถอดถั่วลันเตาออกจากฝักได้ด้วยนะ อันนี้เป็นชิ้นงานด้านหลัง ส่วนแพทเทิร์นของน้องถั่วลันเตาอันนี้ก็ถักตามในหนังสือ Knotmonsters: Vegetable edition: 22 Amigurumi Crochet Patterns ของคุณ Michael Cao เล่มนี้ซื้อเป็น ebook จาก amazon มา(ไม่ได้ซื้อหนังสือเป็นเล่มกระดาษ) พอเป็น ebook ก็เปิดดูง่ายดี พกไปไหนมาไหนได้ง่ายดี แต่ส่วนตัวยังชอบหนังสือเป็นเล่มๆ ให้หยิบให้จับมากกว่านั่นแหละ แต่ก็เปลี่ยนดูบ้างนะ ในส่วนของนักถัก/นักออกแบบซึ่งเป็นคนขียนหนังสือเล่มนี้เป็นทันตแพทย์ซึ่งคอยดูแลฟันให้เด็กๆ อยู่ที่เนวาด้า – สหรัฐอเมริกา เค้าเขียนอธิบายไว้ในหนังสือไว้ว่า “สิ่งที่เขาชอบมากที่สุดในโลกคือการทำให้คนอื่นยิ้ม และเขาก็หวังว่าชิ้นงานชิ้นเล็กๆ เหล่านี้ของเขาจะช่วยให้ทั่วโลกมีรอยยิ้มเพิ่มขึ้นได้” ในวันนึงออมก็อยากให้ชิ้นงานเล็กๆ ของออมทำให้คนอื่นยิ้มได้เหมือนกันนะ จริงๆ ออมถักเสร็จทุกชิ้นออมก็ยิ้มได้แล้วแหละ งานจะสวยหรือว่ามีข้อผิดพลาดบ้างก็ happy ที่ตั้งใจทำจนเสร็จนะ พอยิ่งหัดถักไปเรื่อยๆ Read more about ตุ๊กตาถักไหมพรม – น้องถั่วลันเตาในฝัก[…]

ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) : วันที่ 13 หลังจากใส่น้ำปุ๋ยต้นกล้าผักสลัดจะค่อยโตขึ้น

หลังจากใส่น้ำปุ๋ยไว้แล้ว ต้นกล้าผักสลัดของเราก็จะค่อยๆ ทยอยโตขึ้น ในช่วงแรกๆ ผักสลัดจะค่อยๆ โตขึ้นช้าๆ โดยจะเน้นไปที่สร้างรางและลำต้นให้แข็งแรงก่อน ขนาดต้นจะค่อยเป็นค่อยไป คนที่เริ่มปลูกก็ต้องใจเย็นๆ รอต้นกล้าค่อยๆโตขึ้น เดี๋ยวพ่อช่วงวันหลังๆ ตอนจะใกล้เก็บ ในแต่ละวันต้นผักสลัดของเราจะโตขึ้นเร็วมากเลย(ถ้าต้นผักแข็งแรงดี)

ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) : วันที่ 8 เติมน้ำปุ๋ยให้กับต้นกล้าผักสลัด

เริ่มให้น้ำปุ๋ยสูตรอ่อนๆ กับต้นกล้าผักสลัดที่ยังไม่แข็งแรง ส่วนใหญ่จะผสมปุ๋ย A, B อยู่ที่ความเข้มข้น 3 ซีซี ต่อ น้ำเปล่า 1 ลิตร จะต้องใช้น้ำกี่ลิตร ก็ขึ้นอยู่กับภาชนะที่เราใช้พักต้นกล้า

ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) : วันที่ 5 นำกล้าผักที่เริ่มมีใบเลี้ยงออกรับแดดเต็มที่

หลังจากที่วันก่อนได้ทำการย้ายเมล็ดผักที่เริ่มงอกราก ไปลงในฟองน้ำแต่ละช่องแล้ว ตามในโพสท์นี้ หลังจากนั้นก็ได้ให้ต้นกล้าผักรับแดดในที่ร่มสัก 1-2 วัน วันนี้ต้นกล้าผักเริ่มมีใบเลี้ยง 2 ใบที่ค่อยๆ โตขึ้น และใบเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีเขียวแล้ว ประมาณวันที่ 4-5 ของการปลูก ก็สามารถพาต้นกล้าออกมารับแดดได้เต็มที่แล้ว (แต่จำนวนวันก็อาจจะปรับไปตามสถานการณ์ อาศัยการสังเกตุว่าต้นกล้าของเราดูแข็งแรงพร้อมที่จะออกมารับแดดจัดๆหรือไม่ ถ้ายังไม่มั่นใจ ก็ให้เอาออกแดดแบบมีซาแลนกรองแสงน้อยๆ บังไว้นิดหน่อยก่อนก็ได้ แต่ถ้าเอาออกแดดช้าไปสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือต้นผักจะยืดและมีรูปร่างไม่ค่อยสวยงามและอาจจะไม่แข็งแรงได้) สมาชิกต้นกล้าผักที่พักไว้ในที่ร่มหรือแดดรำไรประมาณ 1-2 วัน พาต้นกล้าออกมารับแดดเต็มที่อีกสักหน่อย ให้ต้นกล้าคุ้นเคยกับแดดจัดก่อน ช่วงนี้ยังสามารถเลี้ยงในน้ำเปล่าไปก่อนยังไม่ต้องใส่น้ำปุ๋ย รอให้ต้นกล้าแข็งแรงและคุ้นเคยกับแดดจัดบ้านเราไปก่อน พอแข็งแรงเดี๋ยวค่อยกลับมาใส่น้ำปุ๋ยทีหลัง

ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) : วันที่ 3 ย้ายเมล็ดผักที่งอกรากแล้วลงฟองน้ำ

หลังจากทำการเพาะเมล็ดผักสลัดจนงอกรากแล้ว เข้าสู่วันที่ 3 ของการปลูก ก็จะทำการย้ายเมล็ดผักสลัดที่เริ่มมีรากงอกออกมาจากเมล็ดลงในฟองน้ำสำหรับปลูกผักแบบไฮโดโปรนิกส์ โดยทำการแยกลงฟองน้ำแต่ละช่อง แบ่งเป็นช่องละ 1 ต้น อุปกรณ์ที่ใช้ก็จะมี:- 1. เมล็ดผักที่เพาะจนเริ่มมีรากงอกออกมาแล้ว 2. ฟองน้ำสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ โดยฟองน้ำจะมีลักษณะเฉพาะซึ่งจะแบ่งเป็นช่องๆ ในแต่ละช่องจะสามารถดึงเพื่อแยกออกเป็นต้นๆ ได้ง่าย และแต่ละช่องจะมีการบากรอยเอาไว้ตรงกลางให้ทะลุฟองน้ำ เพื่อให้รากต้นผักสามารถทะลุลงไปรับน้ำและปุ๋ยด้านล่างได้ง่าย ไม่ต้องเจาะฟองน้ำลงไปเองทั้งหมด 3. คีมปลายแหลม สำหรับคีบเมล็ดผักและรากลงไปในฟองน้ำที่มีการบากรอยตรงกลางไว้แล้ว 4. ภาชนะสำหรับใส่น้ำและมีขนาดพอดีกับแผ่นฟองน้ำ โดยการเลือกภาชนะที่มีขนาดพอดีกับแผ่นฟองน้ำ จะช่วยลดการเกิดตะไคร่น้ำในบริเวณที่ว่างรอบๆ ฟองน้ำที่แดดส่องถึง ถ้ามีที่ว่างรอบๆ ฟองน้ำเยอะพอปลูกไปสักพักบริเวณดังกล่าวมักจะเกิดตะไคร่น้ำขึ้น 5. มุ้ง, ตาข่าย หรือผ้าคลุมที่ตาถี่ๆ มาคลุมภาชนะเอาไว้ กันแมลงเข้าไปกัดกินทำลายต้นกล้า หลังจากทำการย้ายเมล็ดผักสลัดที่งอกรากแล้วลงฟองน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการใส่น้ำในภาชนะ วางไว้ในที่ร่มสัก 1-2 วัน ให้ต้นกล้าฟื้นตัวดีก่อน แล้ววันถัดไปจึงค่อยย้ายต้นกล้าออกไปรับแดดตามปกติ *** ข้อควรระวังในช่วงนี้คือ อย่าให้หน้าฟองน้ำแห้งเกินไปถ้าสังเกตุว่าหน้าฟองน้ำแห้ง ก็ให้พยายามเสปรย์น้ำให้หน้าฟองน้ำชื่นอยู่เสมอ เพราะว่า ช่วงนี้รากของผักที่เพิ่งเริ่มงอกออกมาจากเมล็ดจะยังไม่ยาวมากจนสามารถทะลุฟองน้ำลงไปด้านล่าง บางทีรากอาจจะยังอยู่บริเวณส่วนบนหรือตรงกลางๆ ฟองน้ำ ถ้าหน้าฟองน้ำแห้งเกินไป รากและเมล็ดผักที่อยู่ด้านบนอาจจะเหี่ยวตายได้ค่ะ ***

ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) – วันที่ 1 และ 2 เริ่มต้นเพาะเมล็ดผักสลัด

ปลูกผักสลัดไฮโดรโปรนิกส์ วันที่ 1 งานวันแรกของการเริ่มต้นปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ ก็คือ การเริ่มต้นเพาะเมล็ด การเพาะเมล็ดนั้นมีหลายๆ วิธี แต่วิธีที่ที่บ้านนิยมใช้ก็คือ การเพาะในกล่องแบบมีฝาปิด แล้วนำเมล็ดผักแช่ตู้เย็น โดยขั้นตอนการเพาะมีดังนี้:- เตรียมกล่องที่มีฝาปิดสนิท นำทิชชูมาวางรองตรงก้นกล่อง การนำเมล็ดมาวางบนทิชชู จะจัดเรียงให้สวยงาม หรือจะไม่จัดเรียงแล้วโรยไว้ก็ได้ ตามถนัด วางเมล็ดเสร็จแล้ว พรมน้ำพอให้ชื้นๆ(อย่าให้มีน้ำขังมากนั่งเดี๋ยวเมล็ดจะเน่า) จากนั้นจึงปิดกล่องให้สนิท นำกล่องที่เตรียมเมล็ดเสร็จแล้ว แล้วนำเข้าไปแช่ตู้เย็นในช่องธรรมดา 1 คืนในวันแรก รอบนี้เมล็ดที่เห็นในกล่องจะมี:- เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค กรีนคอส บัตเตอร์เฮด กรีนบัตตาเวีย ปลูกผักสลัดไฮโดรโปรนิกส์ วันที่ 2 ในวันที่ 2 ของการเพาะเมล็ดผักสลัด ให้นำเอากล่องที่แช่ตู้เย็นไปเมื่อวาน ออกมาวางในอุณหภูมิห้อง แต่ยังต้องปิดฝาสนิทอยู่นะ ทิ้งไว้อีก 1 วัน วันนี้แหละเรากเมล็ดผักสลัดจะเริ่มงอกแล้ว เหตุผลที่ต้องแช่ตู้เย็นเพราะเมล็ดผักสลัดต้องการความเย็น, ความชื้น เพื่อนกระตุ้นให้เมล็ดผักเตรียมงอก เคยอ่านในหนังสือ เค้าบอกว่าการทำแบบนี้เป็นการเลียนแบบธรรมชาติของผักสลัดที่มาจากเมืองหนาว เมล็ดผักสลัดที่อยู่ในความหนาวจะอยู่ในช่วงพัก เตรียมเก็บน้ำ, เก็บความชื้นและรอที่จะงอกเมื่อเจอสภาพอาการอาการอุ่นๆ ดังนั้นเมล็ดที่พรมน้ำใส่กล่องไว้แล้วนั้น พอแช่ตู้เย็นไว้ 1 Read more about ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) – วันที่ 1 และ 2 เริ่มต้นเพาะเมล็ดผักสลัด[…]

iOS App – FertilizerMate

FertilizerMate เป็นโปรแกรมช่วยในการคำนวณการผสมปุ๋ย เมื่อปุ๋ยบางสูตรหายากตามท้องตลาด เราสามารถใช้แม่ปุ๋ยมาใช้ผสมกันให้กลายเป็นสูตรปุ๋ยเฉพาะตามที่เราต้องการ ตัวอย่างเช่น เราต้องการใช้ปุ๋ยสูตร 16-16-16 จำนวน 300 กิโลกรัม เพื่อบำรุงต้นมะนาว แต่ด้วยความจำเป็นซึ่งอาจเป็นเพราะว่าเราไม่สามารถหาซื้อปุ๋ยสูตรนั้นในเวลาดังกล่าวอาจเนื่องจากปุ๋ยขาดตลาดหรือปุ๋ยผสมอาจมีราคาสูง ด้วยเหตุนี้เราจึงจำเป็นต้องผสมปุ๋ยเองโดยใช้แม่ปุ๋ยซึ่งเป็นปุ๋ยสูตรพื้นฐานที่อาจจะหาซื้อได้ง่ายกว่า แล้วนำแม่ปุ๋ยนั้นมาผสมตามอัตราส่วนที่พอเหมาะให้กลายเป็นปุ๋ยสูตร 16-16-16 ตามต้องการ ในที่นี้เราอาจผสมแม่ปุ๋ยโดยมีอัตราส่วนดังนี้ :- แม่ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 จำนวน 64 กิโลกรัม แม่ปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต 18-46-0  จำนวน 104 กิโลกรัม แม่ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ 0-0-60 จำนวน 80 กิโลกรัม ฟิลเลอร์(filller) จำนวน 52 กิโลกรัม ด้วยอัตราส่วนนี้ เราสามารถผสมปุ๋ยเองสูตร 16-16-16 จำนวน 300 กิโลกรัม จากแม่ปุ๋ย 3 ชนิด ซึ่งส่วนผสมดังกล่าวได้ทำให้ปุ๋ยนั้นเป็นปุ๋ยที่มีอาหารเหมาะสมกับพีชที่เราทำการปลูก ด้วย FertilizerMate คุณเพียงแค่ทำการระบุ สูตรปุ๋ยที่คุณต้องการนำไปใช้กับพืชของคุณ และ จำนวนกิโลกรัมของปุ๋ยที่คุณต้องการ จากนั้นโปรแกรมจะทำการคำนวณ ปริมาณของแม่ปุ๋ยแต่ละชนิดที่ต้องใช้ Read more about iOS App – FertilizerMate[…]