ปลูกผักอินทรีย์ – ต้นกล้าผักอายุ 24 วัน หน้าตาเป็นยังไงกันนะ

เมื่อก่อนตอนยังไม่เคยปลูกผักกินเอง จะรู้จักหน้าตาผักแต่ละอย่างก็ตามขนาดและลักษณะที่ขายตามตลาดว่าผล, ใบ, หัว ของผักหน้าตาแบบนี้นะ ส่วนเมล็ด, ดอก หรือต้นกล้าก่อนที่จะกลายมาเป็นผักที่เราไปซื้อตามตลาด ก็ไม่ค่อยรู้จักเลยเหมือนกัน(แม้จะเคยเรียนวิทยาศาสตร์และเข้าใจเรื่องวงจรชีวิตของผักมาบ้าง) เคยตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เหมือนกันว่า ผักชนิดนี้แต่ละช่วงอายุจะเป็นยังไงนะ เช่นก่อนจะมาเป็นแครอท เราปลูกแครอทจากอะไรแล้วมันกลายเป็นแครอทตอนไหน อะไรแบบนี้ ตอนนี้เพิ่งมีโอกาสได้เคลียร์แปลงผักอินทรีย์ ปรุงดินใหม่ และจัดการที่ทางไม่ให้รกจากวัชพืชไปเสร็จเมื่อช่วงเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ค่อยๆทำมาหลายเดือนเลย กว่าแปลงจะโล่ง และในที่สุดก็พอจะกลับมาใช้งานได้ ก็เลยเริ่มกลับมาเพาะต้นกล้าผักอินทรีย์อีกครั้ง ครั้งนี้ถือเป็นการลงแปลงรอบแรกของผักอินทรีย์หลังจากหยุดไปพักใหญ่ตั้งแต่ช่วงพ่อไม่สบาย รอบแรกนี้ถือว่าเป็นรอบทดลองดินที่กลับมาปรุงใหม่ด้วยว่าน่าจะพร้อมใช้หรือยัง วันนี้ตอนเดินลงไปดูแลผักในแปลง เห็นต้นกล้าที่กำลังโตขึ้นทุกวัน ก็นึกถึงคำถามที่เมื่อก่อนเคยสงสัยว่า กว่าผักจะโตขึ้นมาเป็นผักที่เราขายกันอยู่ในตลาด มันระหว่างที่ผักกำลังโต มันเป็นยังไงนะ มีลักษณะหน้าตาและรูปร่างแบบไหน วันนี้ปลูกเองก็พอจะตอบคำถามในส่วนของผักที่ปลูกได้ด้วยตัวเองแล้ว และได้มีโอกาสทดลองปลูกทั้งผักแบบอินทรีย์และผักแบบไฮโดรโปรนิกส์เลย สำหรับรอบทดลองดินรอบนี้เลยลองเลือกเพาะต้นกล้าผักสลัดกรีนคอส, ผักสลัดบัตเตอร์เฮด, มะเขือเทศเชอรี่, ผักกวางตุ้งฮ่องเต้นไทนี่, ผักคะน้าฮ่องกง แล้วก็ผักชีเอาไว้ พอเพาะกล้าในถาดเพาะมาได้สักระยะหนึ่งแล้วและต้นกล้าผักมีใบจริงบ้างแล้ว จึงได้ทำการย้ายกล้าลงแปลงปลูกที่ได้ปรุงดินใหม่เอาไว้แล้ว ในโพสท์นี้จะเป็นรูปของต้นกล้าผักที่มีอายุ 24 วัน(นับจากวันเพาะเมล็ด) จะถ่ายรูปมาให้ดูว่าแต่ละชนิดจะมีหน้าตาอย่างไรกันบ้าง(แต่โน๊ตไว้ว่าช่วงเป็นนี้พฤษภาคม 2569 นี้ ที่แปลงผักซึ่งอยู่ภาคใต้ เริ่มมีฝนตกมาตลอดตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมน้อยบ้าง มากบ้าง ทำให้บางวันมีแดด บางวันก็ไม่มี ก็เลยอยากจะบอกว่า ขนาดต้นกล้าอายุ Read more about ปลูกผักอินทรีย์ – ต้นกล้าผักอายุ 24 วัน หน้าตาเป็นยังไงกันนะ[…]

Ubuntu, Linux – คำสั่งสำหรับสุ่มตัวอย่างข้อมูลบางส่วนออกมาจากไฟล์

บางครั้งไฟล์ข้อมูลที่เราต้องการจะเปิดดูอาจจะมีขนาดใหญ่มาก ถ้าเปิดดูทั้งไฟล์หรือเราจะทดลองโปรแกรมอะไรซักอย่าง หากเราเลือกประมวลผลไฟล์ใหญ่ทั้งไฟล์อาจจะทำให้เครื่องคอมของเราอาจจะช้าหรือถ้าเครื่องที่ทรัพยาการค่อนข้างน้อยอาจจะเปิดไม่ได้เลย วันนี้ก็เลยลองหาคำสั่งที่เป็น command line ที่จะทำการสุ่มข้อมูลเฉพาะบางบรรทัดออกมา เพื่อดูข้อมูลคร่าวๆ จากไฟล์ที่เราต้องการ ว่าข้อมูลที่เก็บในไฟล์นี้เป็นข้อมูลลักษณะไหน เกี่ยวกับอะไร เก็บข้อมูลอย่างไร เริ่มต้นด้วยการสร้างไฟล์ข้อมูลตัวอย่าง ตั้งชื่อไฟล์ว่า “example.txt” ในไฟล์ใส่ข้อมูลลงไป 6 บรรทัด Twinkle twinkle little star. How I wonder what you are. Up above the world so high. Like a diamond in the sky. Twinkle twinkle little star. How I wonder what you are. เสร็จแล้วทำการบันทึกไฟล์ให้เรียบร้อย คำสั่งสุ่มข้อมูลจาก text ไฟล์ที่ระบุมา 1 Read more about Ubuntu, Linux – คำสั่งสำหรับสุ่มตัวอย่างข้อมูลบางส่วนออกมาจากไฟล์[…]

Books – หนังสือที่อ่านครึ่งปีแรกของปี 2026

สำหรับปีนี้ ครึ่งปีแรกกำลังจะหมดลงแล้วปลายเดือนนี้ เวลาปีนี้ก็ผ่านไปเร็วมากๆ เหมือนเดิมลยนะ พอมาดูหนังสือเป็นเล่มที่อ่านแล้ว พบว่าปีนี้ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเป็นเล่มจริงๆจังๆน้อยนั่นแหละ นับได้ที่อ่านแบบตั้งใจ 8 เล่มถ้วน(เป็นหนังสือเด็กไปแล้ว 3 เล่มหน่ะ) โพสท์นี้ไม่ได้มีการรีวิวหนังสือใดๆ นะ แค่อยากบันทึกเอาไว้ว่าครึ่งปีแรกนี้อ่านเล่มไหนไปแล้วบ้าง 3 เล่มแรก: บทสนทนาสุดท้าย, 5 สิ่งก่อนตายที่คนเสียดายที่สุด, ถ้าอีก 1 ปีฉันจะต้องตาย… หนังสือเกี่ยวกับความหมายของความตายและเกี่ยวกับความหมายของชีวิต เมื่อต้นปีน่าจะอินมากกับหนังสือแนวนี้ ตอนนี้ก็ยังจะอินอยู่ บทสนทนาสุดท้าย: เป็นเรื่องราวดีๆและบทสนทนาระหว่างคุณหมอกับผู่ป่วยระยะท้ายที่อยู่ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลคูน, ความในใจของผู้ป่วยและการช่วยให้ครอบครัวมีความสุขที่สุดในช่วงเวลาที่มี 5 สิ่งก่อนตายที่คนเสียดายที่สุด: ข้อคิดที่ Bronnie ได้รับและนำมาถ่ายทอดในระหว่างที่ได้มีโอกาสทำงานดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ว่าในมุมมองผู้ป่วยมีความต้องการอะไร, คาดหวังอะไรและมีอะไรทำให้พวกเขามีความสุขในช่วงเวลาที่เหลือ โดย Bronnie เองก็ไม่ได้จะตั้งใจทำงานดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ต้น แต่ก็มีโอกาสได้เข้ามาทำงานนี้ในช่วงหนึ่งของชีวิต และนำประสบการณ์ในช่วงนั้นมาถ่ายทอด ดาวหางเหนือทางรถไฟ: เคยอ่านหนังสือ ทางรถไฟสายดาวตกและสองเงาในเกาหลี ของนักเขียนเล่มนี้มาก่อน ชอบวิธีการเขียนอยู่นะ แต่จริงๆ แล้วเล่มนี้เหมือนจะเขียนก่อน 2 เล่มนั้นด้วย แต่ว่าเพิ่งจะมีโอกาสไปเจอหนังสือเล่มนี้มาทีหลัง การเดินทางสำหรับเล่มนี้เป็นเหตุการณ์ของการแบกเป้เดินทางของนักเขียนด้วยเส้นทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย ช่วงปี 2003 ซึ่งในยุคนั้น อินเตอร์เนตในระหว่างการเดินทางยังเข้าถึงไม่ได้ง่ายเหมือนสมัยปัจจุบันนี้ Read more about Books – หนังสือที่อ่านครึ่งปีแรกของปี 2026[…]

ถักไหมพรม – หัดถักมาลัยไว้คล้องโกศใส่กระดูก

หัดถักพวงมาลัยพวงแรกในชีวิต เพื่อตั้งใจให้เป็นพวงมาลัยสำหรับไว้คล้อยโกศอัฐิ(ใส่กระดูกของพ่อ) ถักให้พ่อเสร็จอันนึงแล้วก็ถักให้ปู่กับย่าเพิ่มอีก 2 พวงด้วย ชิ้นงานอาจจะมีตำหนิอยู่บ้างแต่ก็เป็นงานที่ตั้งใจทำเอามากๆ ในช่วงเวลานั้น ปกติเวลาถักตุ๊กตาไหมพรมส่วนใหญ่งานที่ทำมาจะใช้ไหมคอตตอนนม 4 ply แต่พอลองเอามาถักพวงมาลัยรู้สึกว่างานชิ้นจะแน่นๆไปหน่อย รอบนี้ก็เลยได้โอกาสที่จะเลือกใช้เป็นไหมซัมเมอร์เบอร์ 20 ปนๆ กับไหมเบอร์ 18 ซึ่งขนาดของไหมพรมเหล่านี้จะเป็นเส้นเล็กและบางกว่าไหมคอตตอนนม 4 ply แล้วก็ต้องใช้เบอร์ของเข็มโครเชต์ที่มีขนาดเล็กลงด้วย ตอนทำงานงานละเอียดกว่า เพราะขนาดชิ้นงานที่เท่ากันเมื่อเทียบไหมพรมคอตตอนนม 4 ply จะถักจำนวนหลักน้อยกว่าถักกับไหมซัมเมอร์เบอร์ 20 ประมาณนึงเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่เท่ากัน ข้อดีอีกอย่างของไหมไหมซัมเมอร์เส้นเล็กๆ นี้จะทำให้ชิ้นงานมีความเป็นความเป็นเงาๆ ขึ้นมานิดนึง แต่ก็แลกกับที่ชิ้นงานก็จะไม่นุ่มนิ่มเท่ากับไหมคอตตอนนม 4 ply ตอนแรกเริ่มลองหัดถักตัวมาลัยกลมก่อน มาลัยกลมพอถักเสร็จก็เลือกที่จะใส่ใยสังเคราะห์เอาไว้ด้านในให้ทรงมาลัยมีความกลมๆขึ้นมาหน่อย พอถักเสร็จแล้วก็ลองเอาไปเทียบกับโกศอัฐิ ว่าจะเลือกโกศอันไหนดี เมื่อให้ที่บ้านพิจารณาดูแล้วก็ชอบแบบทรงสูงมากกว่า พอประกอบร่างมาลัยกลมกับอุบะเสร็จแล้วก็ออกมาแบบนี้ ตอนเสร็จทั้ง 3 อันเอามาวางเรียงกัน โมจิก็ขึ้นมาช่วยตรวจงานให้ด้วยนะพ่อ ตอนนี้ออมกับที่บ้านก็ยังคิดถึงพ่อนะ แต่ก็หวังว่าพ่อคงอยู่ในที่ๆ มีความสุขมากๆ แล้วแหละ ก็พ่อเป็นคนดีมากๆ นี่นา ขอให้เป็นที่ๆ มีคนรักพ่อเยอะๆ เหมือนเดิมนะ งานชิ้นนี้ออมทำเสร็จตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว เอาพวงมาลัยคล้องกับโกศอัฐิพ่อ แล้วก็ใส่บัวทำพิธีและปิดฝาบัวไปเรียบร้อยแล้ว Read more about ถักไหมพรม – หัดถักมาลัยไว้คล้องโกศใส่กระดูก[…]

Books – มหัศจรรย์สวนเวทมนต์ 1-6

มหัศจรรย์สวนเวทมนต์ เป็นหนังสือเด็กโตขึ้นมาหน่อย ยังเป็นหนังสือที่มีภาพประกอบอยู่บ้าง แต่เทียบภาพกับตัวหนังสือก็เริ่มมีตัวหนังสือเยอะกว่าภาพและตัวหนังสือจะมีขนาดใหญ่กว่าหนังสือที่ผู้ใหญ่อ่านทั่วไป ตามที่สำนักพิมพ์เขียนแนะนำไว้ในเล่มว่าเหมาะเป็นหนังสือเล่มแรกที่ให้เด็กเริ่มเปลี่ยนจากหนังสือภาพของเด็ก มาเป็นหนังสือที่มีตัวหนังสือเยอะขึ้น เหมาะสำหรับให้เด็กที่เริ่มโตหน่อยฝึกอ่าน หนังสือจะเป็นหนังสือแปลจากผลงานนักเขียนชาวญี่ปุ่น(Yasuko Ambiru) และ นำมาแปลเป็นภาษาไทยซึ่งพิมพ์จากสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ในชุดมหัศจรรย์สวนเวทมนต์ตอนนี้จะมีทั้งหมด 6 เล่ม แต่ดูข้อมูลจากเวปของนักเขียน ซึ่งได้เขียนหนังสือชุดนี้ในภาษาญี่ปุ่นจะมีภาคต่อไปอีกมากกว่า 6 เล่ม ตามลิงค์นี้ มหัศจรรย์สวนเวทมนต์ จะเป็นเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนนึงชื่อจาเรตต์ ที่ได้รับมรดกจากญาติผู้ใหญ่เป็นคฤหาสน์เวทมนต์ชื่อว่าคฤหาสน์โทแพส จริงๆ แล้วคฤหาสน์มรดกชิ้นนี้จะยกมอบให้ญาติของเด็กหญิงจาเรตต์มาหลายคนแล้ว แต่ว่าพอญาติคนก่อนมาทดลองรับมรดกปรากฏว่าตัวคฤหาสน์เองไม่ยอมรับญาติคนก่อนๆ จนกระทั่งมรดกตกทอดมาถึงจาเรตต์ เด็กหญิงจึงขออนุญาติคุณพ่อกับคุณแม่ย้ายมาอยู่ที่นี่เพื่อสืบทอดมรดก ในที่สุดจาเรตต์ก็พิสูจน์ตัวเองกับคฤหาสน์เวทมนต์จนสามารถเป็นผู้สืบทอดมรดกได้ เมื่อจาเรตต์ได้มาอยู่ที่คฤหาสน์โทแพส ก็กลับมาฟื้นฟูสวนเวทมนต์ซึ่งเป็นสวนสมุนไพรฝรั่งที่มีสมุนไพรนานาชนิด และนำสมุนไพรฝรั่งในสวนเหล่านั้นมาปรุงยาโดยอาศัยหนังสือคู่มือการปรุงยาที่สืบทอดมา หนังสือเวทมนต์นั้นจะปรากฏสูตรการปรุงยาขึ้นมาตามที่เหมาะสมกับความต้องการของคนป่วยในหมู่บ้านและจาเรตต์เฉพาะเวลานั้นๆ โดยจะใช้วัตถุดิบจากสวนเวทมนต์ซึ่งเป็นสวนสมุนไพรของคฤหาสน์ การผจญภัยของจาเรตต์จึงมีหน้าที่สืบทอดการปรุงยาสมุนไพรเพื่อนำไปช่วยเหลือตามความต้องการของคนในหมู่บ้าน จาเรตต์จะปรุงยาสำเร็จไหม, จะแก้ไขปัญหาความเจ็บป่วยของคนในหมู่บ้านให้ผ่านไปด้วยดีไหม, จาเรตต์จะคิดถึงพ่อแม่จนอยากกลับบ้านไหม, และจะสามารถสืบทอดมรดกโดยการดูแลคฤหาสน์ด้วยตัวคนเดียวไหวไหม ก็ต้องลองไปติดตามอ่านในหนังสือแต่ละเล่มเอานะ ในหนังสือแต่ละเล่มจะมีภาพประกอบน่ารักๆ อยู่บ้างแต่ไม่เยอะมาก บางหน้าก็จะเป็นภาพสี บางหน้าก็จะเป็นภาพประกอบขาวดำ ซึ่งน่าจะช่วยให้เด็กๆอ่านได้ง่ายขึ้น ส่วนท้ายเล่มของแต่ละเล่ม ยังมีการแนะนำวิธีทำยาสมุนไพร จากสมุนไพรฝรั่งของจาเรตต์มาเป็นไอเดียแนะนำให้เด็กได้ทดลองทำด้วย ซึ่งบางเล่มวัตถุดิบก็หาไม่ยาก เด็กๆ น่าจะพอทดลองทำดูได้ แต่บางอันวัตถุดิบที่เป็นสมุนไพรฝรั่งก็อาจจะหายากหน่อย ออมเองโตแล้วอ่านหนังสือชุดนี้ก็ชอบเหมือนกัน สำนักพิมพ์นานมีบุคส์พิมพ์ออกมาแล้ว 6 เล่มก็เลยตามอ่านจนครบทั้ง Read more about Books – มหัศจรรย์สวนเวทมนต์ 1-6[…]