Ubuntu, Linux – คำสั่งสำหรับสุ่มตัวอย่างข้อมูลบางส่วนออกมาจากไฟล์

บางครั้งไฟล์ข้อมูลที่เราต้องการจะเปิดดูอาจจะมีขนาดใหญ่มาก ถ้าเปิดดูทั้งไฟล์หรือเราจะทดลองโปรแกรมอะไรซักอย่าง หากเราเลือกประมวลผลไฟล์ใหญ่ทั้งไฟล์อาจจะทำให้เครื่องคอมของเราอาจจะช้าหรือถ้าเครื่องที่ทรัพยาการค่อนข้างน้อยอาจจะเปิดไม่ได้เลย วันนี้ก็เลยลองหาคำสั่งที่เป็น command line ที่จะทำการสุ่มข้อมูลเฉพาะบางบรรทัดออกมา เพื่อดูข้อมูลคร่าวๆ จากไฟล์ที่เราต้องการ ว่าข้อมูลที่เก็บในไฟล์นี้เป็นข้อมูลลักษณะไหน เกี่ยวกับอะไร เก็บข้อมูลอย่างไร เริ่มต้นด้วยการสร้างไฟล์ข้อมูลตัวอย่าง ตั้งชื่อไฟล์ว่า “example.txt” ในไฟล์ใส่ข้อมูลลงไป 6 บรรทัด Twinkle twinkle little star. How I wonder what you are. Up above the world so high. Like a diamond in the sky. Twinkle twinkle little star. How I wonder what you are. เสร็จแล้วทำการบันทึกไฟล์ให้เรียบร้อย คำสั่งสุ่มข้อมูลจาก text ไฟล์ที่ระบุมา 1 Read more about Ubuntu, Linux – คำสั่งสำหรับสุ่มตัวอย่างข้อมูลบางส่วนออกมาจากไฟล์[…]

html,js,leaflet – เปรียบเทียบความคมชัดของไฟล์แผนที่ .geojson ซึ่งบีบอัดโดยความละเอียดต่างกัน ตอนที่ 2

จาก 2 บทความก่อนหน้านี้:- บทความแรก: เราได้ทำการบีบอัดข้อมูลแผนที่จาก shapefile ให้เป็นไฟล์ .geojson ซึ่งเราได้ทดลองทำการบีบอัดไฟล์ข้อมูลแผนที่ประเทศไทยซึ่งมีข้อมูลระบุขอบเขตของทุกจังหวัด เพื่อบีบอัดจากไฟล์ที่มีความละเอียดสูงให้มีขนาดเล็กลงเพื่อตอนที่โหลดเพื่อนำไปใช้งานจะได้ไม่ต้องใช้หน่วยความจำในการโหลดและประมวลผลมากนัก โดยฟังก์ชันที่ใช้ในการบีบอัดสำหรับบทความที่แล้วเราก็ยังสามารถระบุความละเอียดของแผนที่ได้ตามความเหมาะสมที่เราจะนำไปใช้งาน บทความที่สอง: เราได้ทำการเขียนโปรแกรมเพื่อดึงข้อมูลแผนที่ซึ่งได้ทำการบีบอัดให้ขนาดไฟล์เล็กลงออกมาแสดงผลดู และเปรียบเทียบความละเอียดของแผนที่ในบางพื้นที่ ว่าเมื่อดูด้วยตาของเราจริง ความละเอียดของการบีบอัดที่แตกต่างการจะส่งผลต่อการมองเห็นต่างกันมากน้อยอย่างไร ในบทความนี้เราจะลองเขียนโปรแกรมเพื่อดึงข้อมูลแผนที่แต่ละจังหวัดออกมา และแสดงผลเปรียบเทียบสำหรับความละเอียดของไฟล์ .geojson แต่ละแบบที่เราได้ทำการบีบอัดข้อมูลเอาไว้ เพื่อดูว่า เมื่อเราต้องการดูข้อมูลแผนที่ในระดับที่ดูโครงร่างของจังหวัด ในความละเอียดแต่ละแบบจะแสดงผลแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ตัวอย่างโปรแกรมเปรียบเทียบความละเอียดของแผนที่ซึ่งถูกบีบอัดด้วยความละเอียดที่แตกต่างกัน(สามารถเลือกชื่อจังหวัดเพื่อเปรียบเทียบแผนที่ซึ่งความละเอียดข้อมูลแตกต่างกัน) ในตัวอย่างด้านล่างนี้ เราจะเปรียบเทียบไฟล์แผนที่ .geojson ที่ถูกบีบอัดให้เหลือไฟล์ขนาดที่แตกต่างกัน 3 ระดับ จากละเอียดน้อยด้านซ้าย(ขนาดไฟล์เล็ก) ไปจนถึงความละเอียดมากด้านขวา(ขนาดไฟล์ใหญ่ขึ้น) จากนั้นเราลองเลือกดูแผนที่ของจังหวัดชัยนาท(Chai Nat) จะเห็นว่าการแสดงผลแผนที่จากไฟล์ .geojson ที่บีบอัดจากความละเอียดที่แตกต่างกัน ก็แสดงผลออกมาไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สำหรับแผนที่อันซ้ายสุดที่ถูกบีบอัดไฟล์ .geojson จนเหลือไฟล์ขนาด 553.9 kB นั้น ข้อมูล polygon ของแผนที่จะมีความหยักน้อยลงกว่าแผนที่อันกลางกับอันขวาสุดแบบสังเกตุได้ชัด แม้ว่ารูปร่างของเส้นแบ่งเขตแดนจังหวัดจะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก แต่ข้อมูลก็มีความแตกต่างที่พอจะมองเห็นได้ด้วยสายตา ดังนั้นถ้าต้องการจะนำไปใช้กับแอพลิเคชันที่ดูข้อมูลระดับของเขตจังหวัดออกมาดู ก็อาจจะต้องพิจารณาเลือกไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อย เช่น แผนที่อันกลางซึ่งมีความละเอียดไฟล์ 2.9 MB Read more about html,js,leaflet – เปรียบเทียบความคมชัดของไฟล์แผนที่ .geojson ซึ่งบีบอัดโดยความละเอียดต่างกัน ตอนที่ 2[…]

R – บันทึกและโหลดข้อมูลของ R object ไว้ในรูปแบบไฟล์

เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสทดลงสร้างรายงานจากไฟล์ในรูปแบบ Rmarkdown(.rmd) ซึ่งการสร้างรายงานในรูปแบบไฟล์นี้ จะเป็นรายงานที่มีทั้งข้อความอธิบายเนื้อหา, มีโค้ดภาษา R ที่สามารถเพิ่มขึ้นมาใช้อธิบายประกอบขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมทั้งยังสามารถแสดงผลข้อมูลโค้ดดังกล่าวในรูปแบบตัวอักษร, โค้ดอธิบายการคำนวณ พร้อมกับรันโปรแกรมในส่วนของโค้ดดังกล่าวแล้วเอาผลการรันโปรแกรมในส่วนนั้นมาแสดงต่อจากโค้ดนั้นได้เลย ซึ่งผลที่ได้จากการรันโปรแกรมก็อาจจะเป็นได้ทั้งตัวหนังสือ, ตัวเลข, กราฟ หรือข้อมูลรูปแบบอื่นๆ ที่เกิดจากการประมวลผลโค้ดในส่วนนั้น ไฟล์ .rmd มีประโยชน์มาก เพราะบางทีที่เราต้องการจะเอาโค้ดภาษา R ส่งไปให้คนอื่นทำความเข้าใจและเพื่อจะดูผลลัพท์จากการคำนวณ หรือดูเป็นกราฟที่ประมวลผลออกมาได้จากโค้ดในส่วนนี้ แต่บางทีพอส่งแต่โค้ด .R ไป เครื่องคอมพิวเตอร์ของคนอื่นอาจจะมี library ไม่พร้อม หรือเวอร์ชันของ library ต่างๆ ไม่ตรงกันกับที่เจ้าของโค้ดใช้งาน อาจจะทำให้รันผลออกมาไม่ได้ หรือว่าบางทีค่าต่างๆ ผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่เมื่อเป็นไฟล์รายงานที่ถูกเขียนด้วยไฟล์ .rmd เจ้าของรายงานสามารถเลือกสร้างรายงานออกมาในรูปแบบ .html, .pdf ได้ ซึ่งการสร้างรายงานออกมาในรูปแบบรายงานด้วยไฟล์ประเภทนี้ ผู้รับไฟล์สามารถเอาไฟล์ .html, .pdf ไปอ่านทำความเข้าใจได้เลย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมภาษา R ในเครื่องคอมพิวเตอร์และรันโปรแกรมซ้ำอีก และยังเป็นไฟล์ที่สามารถอ่านทั้งข้อมูลที่เป็นส่วนอธิบายโปรแกรม, ส่วนของโค้ดที่ใช้เขียนโปรแกรมนั้น และผลลัพท์ที่ได้จากการรันโปรแกรมในแต่ละส่วนๆ ย่อยๆ นั้น เนื่องจากเวลาต้องการจะกดสร้างรายงานจากไฟล์ Read more about R – บันทึกและโหลดข้อมูลของ R object ไว้ในรูปแบบไฟล์[…]

html,js,leaflet – เปรียบเทียบความคมชัดของไฟล์แผนที่ .geojson ซึ่งบีบอัดโดยความละเอียดต่างกัน ตอนที่ 1

จากบทความตอนที่แล้ว เราได้ทดลองทำการบีบอัดไฟล์ข้อมูลแผนที่ประเทศไทยซึ่งมีข้อมูลระบุขอบเขตของทุกจังหวัด เพื่อบีบอัดจากไฟล์ที่มีความละเอียดสูงให้มีขนาดเล็กลงเพื่อตอนที่โหลดเพื่อนำไปใช้งานจะได้ไม่ต้องใช้หน่วยความจำในการโหลดและประมวลผลมากนัก โดยฟังก์ชันที่ใช้ในการบีบอัดสำหรับบทความที่แล้วเราก็ยังสามารถระบุความละเอียดของแผนที่ได้ตามความเหมาะสมที่เราจะนำไปใช้งาน หลังจากบีบอัดไฟล์ข้อมูลแผนที่ .geojson ซึ่งมีความละเอียดที่แตกต่างกันแล้ว ออมก็มีความสงสัยขึ้นมาอีกว่า แล้วข้อมูลที่ถูกบีบลงไปนั้นจะยังคงความละเอียดมากแค่ไหน จะเหมาะกับนำไปใช้งานอย่างไร เดี๋ยววันนี้เราจะมาลองดึงข้อมูลดังกล่าวเพื่อมาแสดงผลเป็นข้อมูลแผนที่ที่ถูกบีบอัดด้วยความละเอียดที่แตกต่างกัน ลองมาซูมแผนที่ดู ว่าข้อมูลแผนที่ที่ถูกบีบอัดแล้วความละเอียดจะเพียงพอกับการใช้งานหรือไม่ ในบทความนี้ ออมก็เลยทดลงเขียนแอพลิเคชันขึ้นมาหนึ่งอัน เพื่อไว้ทดสอบการแสดงผลแผนที่ ซึ่งบีบอัดด้วยความละเอียดแตกต่างกัน และเราจะใช้ html ร่วมกับ javascript และ library leaflet สำหรับแอพลิเคชันนี้เพื่อจะใช้ในการนำมาแสดงผลข้อมูลแผนที่และเขียนโค้ดให้รับข้อมูลเข้าไปนิดหน่อย ตัวอย่างโปรแกรม จะเห็นจากในโปรแกรมด้านบน ก็จะมีแสดงแผนที่ 3 แบบ ซึ่งบีบอัดมาด้วยความละเอียดของไฟล์แตกต่างกัน แผนที่ด้านซ้ายสุด ถูกบีบอัดจนเหลือขนาดไฟล์ 553.9 kB แผนที่ตรงกลาง ถูกบีบอัดจนเหลือขนาดไฟล์ 2.9 MB แผนที่ด้านขวาสุด ถูกบีบอัดจนเหลือขนาดไฟล์ 14.1 MB ส่วนตัวเลือกในแอพลิเคชัน เราจะแสดงตัวอย่างที่การซูมแผนที่ 3 ระดับ เลือกดูแผนที่ในระยะซูมดูข้อมูลแผนที่รวมทั้งประเทศ (ตั้งค่าจุดกึ่งกลางเป็น [13.29900, 100.9925], ระดับซูม 5) เลือกดูแผนที่ในระยะซูมเพื่อดูแผนที่เฉพาะจังหวัดภูเก็ต (ตั้งค่าจุดกึ่งกลางเป็น Read more about html,js,leaflet – เปรียบเทียบความคมชัดของไฟล์แผนที่ .geojson ซึ่งบีบอัดโดยความละเอียดต่างกัน ตอนที่ 1[…]

ตัวอย่างแผนที่ซึ่งใช้ไลบรารี่ leaflet ที่ใช้แผนที่แบบ choropleth

python – แปลงข้อมูลจากแผนที่จาก shapefile(.shp) ให้เป็นรูปแบบ GeoJSON

พอดีอยากได้ข้อมูลรายละเอียดแผนที่ขอบเขตของแต่ละจังหวัดในประเทศไทยและต้องการข้อมูลที่เก็บข้อมูลอยู่ในรูปแบบ GeoJSON(ไฟล์ .geojson) ที่แสดงขอบเขตของแต่ละจังหวัดของประเทศไทย เพื่อให้สามารถเอาข้อมูลนี้ไปแสดงผลร่วมกับไลบรารี่ leaflet ในการแสดงแผนที่ในรูปแบบ choropleth(แผนที่ซึ่งในแต่ละขอบเขตตามจังหวัดมีการลงสีหรือแรเงาให้แต่ละพื้นที่ตามข้อมูลตัวเลขเชิงปริมาณ ตัวอย่างเช่น จำนวน, ความหนาแน่น หรือข้อมูลอื่นๆ โดยสีที่แสดงในแต่ละขอบเขตของแต่ละจังหวัดนั้นจะแสดงตัวเลขเชิงปริมาณที่แตกต่างกันในแต่ละขอบเขตอีกทีหนึ่ง) ตัวอย่างการใช้งานแผนที่แบบ choropleth ของไลบรารี่ leaflet ลองค้นข้อมูลที่เป็นข้อมูลแผนที่แสดงขอบเขตของแต่ละจังหวัดของประเทศไทย ก็ไปเจอข้อมูลที่เป็น shapefile จากเวป OpenDevelopmentMekong ซึ่งข้อมูลแสดงขอบเขตจังหวัดต่างๆของประเทศไทยนั้นถูกเก็บอยู่ในรูปแบบไฟล์ที่เป็น shapefile(.shp) เราก็เลือกดาวน์โหลดอันที่เป็น .SHP มาใช้งาน แล้วในข้อมูลที่ได้มาก็มีข้อมูลที่ใช้ร่วมกันเพื่อแสดงข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับแผนที่ในรูปแบบไฟล์(.shx, .dbf, .prj) มาด้วยกันและพอจะนำมาใช้ได้ ก็เลยคิดว่าจะเอาข้อมูลนี้แหละมาแปลงให้เป็นข้อมูลในรูปแบบ GeoJSON(.geojson) พอดาวน์โหลดไฟล์แผนที่ดังกล่าวมาจะเป็น zip file พอแตกข้อมูลออกมาแล้วจะเห็นว่าจะมีไฟล์หลายไฟล์ที่ชื่อเดียวกันแต่เป็นไฟล์คนละนามสกุลกัน (.shp, .shx, .dbf, .prj) ซึ่งแต่ละไฟล์จะทำหน้าที่แตกต่างกันและเก็บข้อมูลกันคนละรูปแบบ เพื่อนำมาใช้ร่วมกันอีกที สำหรับการแปลงไฟล์ข้อมูลรูปแบบ shapefile(.shp) ให้เป็นไฟล์ที่เก็บข้อมูลในเป็นรูปแบบ GeoJSON(.geojson) ในครั้งนี้เราจะใช้ไลบรารี่ของ python ที่ชื่อว่า GeoPandas เริ่มต้นด้วยการติดตั้งไลบรารี่ GeoPandas กันก่อน Read more about python – แปลงข้อมูลจากแผนที่จาก shapefile(.shp) ให้เป็นรูปแบบ GeoJSON[…]

R – จะติดตั้งแพคเกจ leaflet ใช้กับ R แล้วมันมี library บางตัวที่จำเป็นต้องติดตั้งให้ ubuntu ก่อน

จะทดลองใช้ leaflet ใน R เพื่อแสดงข้อมูลในรูปแบบแผนที่ แต่ว่าพอเรียกใช้คำสั่งติดตั้งปกติใน console ของ R พอติดตั้งไปได้ครึ่งทางแล้วก็เกิด error ขึ้น ว่าหา library บางตัวไม่เจอ ทำให้ติดตั้งไม่เสร็จแล้ว error ออกมา # ติดตั้งแพคเกจ leaflet install.packages(“leaflet”) ไปนั่งอ่าน error และไปหาข้อมูลเพิ่มเติม สรุปว่ามีไลบรารี่ ที่จำเป็นต้องติดต้องให้ os เพิ่มเติมก่อน ที่ leaflet จะเรียกใช้ได้ สำหรับตอนนี้ที่ใช้ ubuntu ก็จำเป็นต้องติดตั้งไลบรารี่ เหล่านี้ให้กับ ubuntu ให้เสร็จก่อน เพราะ R เองไม่สามารถติดตั้งไลบรารี่ของ os เหล่านี้ให้เองอัตโนมัติ จำเป็นต้องติดตั้งแยก ชื่อที่ติดต้งไปก็จะมี:- libudunits2-dev libgdal-dev libgeos-dev libproj-dev รันคำสั่งติดตั้งไลบรารี่เหล่านี้ใน terminal ของ ubuntu (ต้องใช้ sudo Read more about R – จะติดตั้งแพคเกจ leaflet ใช้กับ R แล้วมันมี library บางตัวที่จำเป็นต้องติดตั้งให้ ubuntu ก่อน[…]

R – ลองใช้ dplyr กับ ggplot2 ในการจัดรูปแบบข้อมูลและพลอตเป็นกราฟแบบต่างๆดู

ช่วงนี้เป็นมือใหม่ลองใช้ภาษา R ในการจัดการข้อมูลและลองวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ก็มาถงส่วนที่อยากทำความรู้จักกับ package dplyr กับ ggplot2 วิธีที่ดีที่สุดก็คือต้องลองใช้งานดูเยอะๆ จะได้รู้จัก package นั้นๆ ดียิ่งขึ้น Package dplyr สำหรับ package dplyr เป็น package พื้นฐานของ R ไว้สำหรับจัดการกับก้อนข้อมูลที่เรามีเช่น กรองข้อมูลเฉพาะบางคอลัมน์, กรองข้อมูลเฉพาะแถวที่มีข้อมูลบางอย่างอยู่, จัดเรียงลำดับข้อมูลที่มีตามเงื่อนไขที่ระบุ เป็นต้น ฟังก์ชันหลักๆ ของ dplyr ที่มักจะถูกเรียกใช้เพื่อจัดการข้อมูล:- filter() : มักถูกเรียกใช้เพื่อจะกรองข้อมูลของแต่ละแถว(row) ว่าข้อมูลในแถวนั้นมีข้อมูลตรงตามเงื่อนไขที่ระบุหรือไม่ ถ้าไม่มีข้อมูลก็จะถูกกรองออก เมื่อประมวลผลเสร็จก็จะคืนค่าเป็นข้อมูลใหม่ที่กรองตามเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว select(): มักถูกเรียกใช้เพื่อจะกรองข้อมูล จากชื่อหลัก(column)หรือจากชนิดของข้อมูล(data type)ในคอลัมน์นั้น เมื่อประมวลผลเสร็จก็จะคืนค่าเป็นข้อมูลใหม่ที่กรองตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ arrage(): มักถูกเรียกใช้เพื่อจัดเรียงลำดับข้อมูล(มากไปน้อย, น้อยไปมาก) ตามเงื่อนไข(สามารถเลือกจัดเรียงจากข้อมูลหลักเดียว หรือ หลายหลักรวมกันได้) เมื่อประมวลผลเสร็จฟังก์ชันก็จะคืนค่าข้อมูลที่ได้รับการจัดเรียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว mutate(): มักจะใช้สำหรับเพิ่มหลัก(column)ใหม่ ให้กับข้อมูล ซึ่งข้อมูลใหม่นั้นมักจะเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการคำนวณจากข้อมูลเดิมที่มี เช่น คำนวณค่าเฉลี่ยจากข้อมุล Read more about R – ลองใช้ dplyr กับ ggplot2 ในการจัดรูปแบบข้อมูลและพลอตเป็นกราฟแบบต่างๆดู[…]

R – ตรวจสอบ package ที่เราต้องการเรียกใช้งานในโปรแกรม ถ้า package นั้นยังไม่ได้ติดตั้งให้โปรแกรมติดตั้งใหม่เองได้เลยอัตโนมัติ

โดยปกติเมื่อเราจำเป็นต้องเรียกใช้ฟังก์ชันจาก package ใดๆ เมื่อเริ่มต้นเขียนโปรแกรม เราจำเป็นต้องระบุให้โปรแกรมของเราโหลด package เหล่านั้นเข้ามาใน environment ที่เราทำงานอยู่เสียก่อน ถ้าในโปรแกรมของเราจำเป็นต้องเรียกใช้ฟังก์ชันที่มาจากหลายๆ package เราก็จำเป็นต้องระบุชื่อ package เหล่านั้นทั้งหมดด้วย โดยปกติในส่วนหัวของไฟล์หรือตอนต้นของโปรแกรมจะทำการเรียกโหลด package แบบนี้ # ทำการเรียกฟังก์ชัน library เพื่อโหลด package “dplyr” library(dplyr) เหตุผลที่เราจำเป็นต้องระบุชื่อ package เองเช่นนี้ ก็เป็นเพราะมี package ต่างๆ ที่นักพัฒนาจากหลายๆกลุ่มได้พัฒนาโดยใช้ภาษา R ให้เรียกใช้งานเยอะมาก แต่ละ package ก็เหมาะสำหรับทำงานในแต่ละอย่างแตกต่างกันไป ถ้าจำเป็นต้องโหลด package เหล่านั้นทั้งหมดขึ้นมาให้เราอัตโนมัติทุกครั้งที่เราใช้งานโปรแกรมใดๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมทำงานเล็กๆ หรือทำงานใหญ่ๆ มันก็จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราทำงานอยู่จำเป็นต้องใช้หน่วยความจำและทรัพยาการเยอะจากเครื่องคอมพิวเตอร์มากจนเกินไป บางทีทรัพยาการในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราทำงานอาจจะไม่เหลือพอที่จะรันโปรแกรมของเราเองด้วย ดังนั้นแทนที่จะโหลด package ที่มีอยู่มาทั้งหมด ในการเขียนโปรแกรมภาษา R ก็ออกแบบให้คนเขียนโปรแกรมสามารถเลือกโหลดเฉพาะบาง package ที่จำเป็นต้องใช้งานในโปรแกรมของเราแบบระบุเอาเอง โปรแกรมที่เราออกแบบจะได้ใช้ทรัพยาการของเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราในการโหลด package เข้ามาใน environment Read more about R – ตรวจสอบ package ที่เราต้องการเรียกใช้งานในโปรแกรม ถ้า package นั้นยังไม่ได้ติดตั้งให้โปรแกรมติดตั้งใหม่เองได้เลยอัตโนมัติ[…]

ubuntu – ติดตั้ง R กับ Rstudio

ติดตั้ง R กับ RStudio ผ่าน command line ใน Terminal (รอบนี้ติดตั้งบน ubuntu 25.10 “questing quokka”) 1. อัพเดท packages ต่างๆ จาก repository ให้ฐานข้อมูลเป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อน เปิด terminal ขึ้นมา (Ctrl+Alt+T) # อัพเดท package ล่าสุดก่อน sudo apt update 2. รันคำสั่งเพื่อติดตั้ง R # ติดตั้ง R sudo apt -y install r-base 3. หลังจากติดตั้ง R เสร็จ เราสามารถใช้งานโปรแกรม R แบบ command line ได้จากใน terminal ได้เลย Read more about ubuntu – ติดตั้ง R กับ Rstudio[…]

ubuntu – คำสั่งสำหรับตรวจสอบ permission ของ user ที่เราใช้อยู่ ว่าสามารถเข้าถึงโฟลเดอร์ที่ระบุได้ไหม

กำลังต้องการเซตให้โปรเจคเวปที่อยู่ใน /home หลายๆ อันสามารถรันเป็น web app บน apache โดยไม่ต้องคัดลอกโค้ดใหม่ทั้งหมดไปลงใน /var/www/html ของ apache มันคงวิธีทำหลายวิธีแหละ แต่ว่ารอบนี้จะอาศัยวิธีสร้าง symbolic link เพื่อลิงค์ให้โฟลเดอร์ของโปรเจคเหล่านั้นมา เชื่อมกับ /var/www/html เลย แต่พอสร้าง symbolic link แล้วติดปัญหาเรื่อง permission ตอน รัน web app ทั้งๆ ที่ไฟล์หรือ web app โฟลเดอร์อื่นๆ ที่อยู่ภายใต้ /var/www/html เองสามารถรันได้ไม่ติดปัญหา ระหว่างเช็คอยู่ก็เจอคำสั่งอันนี้ที่สามารถรันใน command line เพื่อตรวจสอบได้ว่า user www-data ของ apache นั้น มี permission ที่ได้รับอนุญาติให้เข้าถึงโฟลเดอร์ที่เราต้องการได้ไหม # /path/to/symlink/folder ให้ระบุ folder ที่เราต้องการตรวจสอบว่า user Read more about ubuntu – คำสั่งสำหรับตรวจสอบ permission ของ user ที่เราใช้อยู่ ว่าสามารถเข้าถึงโฟลเดอร์ที่ระบุได้ไหม[…]