ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) : วันที่ 13 หลังจากใส่น้ำปุ๋ยต้นกล้าผักสลัดจะค่อยโตขึ้น

หลังจากใส่น้ำปุ๋ยไว้แล้ว ต้นกล้าผักสลัดของเราก็จะค่อยๆ ทยอยโตขึ้น ในช่วงแรกๆ ผักสลัดจะค่อยๆ โตขึ้นช้าๆ โดยจะเน้นไปที่สร้างรางและลำต้นให้แข็งแรงก่อน ขนาดต้นจะค่อยเป็นค่อยไป คนที่เริ่มปลูกก็ต้องใจเย็นๆ รอต้นกล้าค่อยๆโตขึ้น เดี๋ยวพ่อช่วงวันหลังๆ ตอนจะใกล้เก็บ ในแต่ละวันต้นผักสลัดของเราจะโตขึ้นเร็วมากเลย(ถ้าต้นผักแข็งแรงดี)

ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) : วันที่ 8 เติมน้ำปุ๋ยให้กับต้นกล้าผักสลัด

เริ่มให้น้ำปุ๋ยสูตรอ่อนๆ กับต้นกล้าผักสลัดที่ยังไม่แข็งแรง ส่วนใหญ่จะผสมปุ๋ย A, B อยู่ที่ความเข้มข้น 3 ซีซี ต่อ น้ำเปล่า 1 ลิตร จะต้องใช้น้ำกี่ลิตร ก็ขึ้นอยู่กับภาชนะที่เราใช้พักต้นกล้า

ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) : วันที่ 5 นำกล้าผักที่เริ่มมีใบเลี้ยงออกรับแดดเต็มที่

หลังจากที่วันก่อนได้ทำการย้ายเมล็ดผักที่เริ่มงอกราก ไปลงในฟองน้ำแต่ละช่องแล้ว ตามในโพสท์นี้ หลังจากนั้นก็ได้ให้ต้นกล้าผักรับแดดในที่ร่มสัก 1-2 วัน วันนี้ต้นกล้าผักเริ่มมีใบเลี้ยง 2 ใบที่ค่อยๆ โตขึ้น และใบเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีเขียวแล้ว ประมาณวันที่ 4-5 ของการปลูก ก็สามารถพาต้นกล้าออกมารับแดดได้เต็มที่แล้ว (แต่จำนวนวันก็อาจจะปรับไปตามสถานการณ์ อาศัยการสังเกตุว่าต้นกล้าของเราดูแข็งแรงพร้อมที่จะออกมารับแดดจัดๆหรือไม่ ถ้ายังไม่มั่นใจ ก็ให้เอาออกแดดแบบมีซาแลนกรองแสงน้อยๆ บังไว้นิดหน่อยก่อนก็ได้ แต่ถ้าเอาออกแดดช้าไปสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือต้นผักจะยืดและมีรูปร่างไม่ค่อยสวยงามและอาจจะไม่แข็งแรงได้) สมาชิกต้นกล้าผักที่พักไว้ในที่ร่มหรือแดดรำไรประมาณ 1-2 วัน พาต้นกล้าออกมารับแดดเต็มที่อีกสักหน่อย ให้ต้นกล้าคุ้นเคยกับแดดจัดก่อน ช่วงนี้ยังสามารถเลี้ยงในน้ำเปล่าไปก่อนยังไม่ต้องใส่น้ำปุ๋ย รอให้ต้นกล้าแข็งแรงและคุ้นเคยกับแดดจัดบ้านเราไปก่อน พอแข็งแรงเดี๋ยวค่อยกลับมาใส่น้ำปุ๋ยทีหลัง

ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) : วันที่ 3 ย้ายเมล็ดผักที่งอกรากแล้วลงฟองน้ำ

หลังจากทำการเพาะเมล็ดผักสลัดจนงอกรากแล้ว เข้าสู่วันที่ 3 ของการปลูก ก็จะทำการย้ายเมล็ดผักสลัดที่เริ่มมีรากงอกออกมาจากเมล็ดลงในฟองน้ำสำหรับปลูกผักแบบไฮโดโปรนิกส์ โดยทำการแยกลงฟองน้ำแต่ละช่อง แบ่งเป็นช่องละ 1 ต้น อุปกรณ์ที่ใช้ก็จะมี:- 1. เมล็ดผักที่เพาะจนเริ่มมีรากงอกออกมาแล้ว 2. ฟองน้ำสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ โดยฟองน้ำจะมีลักษณะเฉพาะซึ่งจะแบ่งเป็นช่องๆ ในแต่ละช่องจะสามารถดึงเพื่อแยกออกเป็นต้นๆ ได้ง่าย และแต่ละช่องจะมีการบากรอยเอาไว้ตรงกลางให้ทะลุฟองน้ำ เพื่อให้รากต้นผักสามารถทะลุลงไปรับน้ำและปุ๋ยด้านล่างได้ง่าย ไม่ต้องเจาะฟองน้ำลงไปเองทั้งหมด 3. คีมปลายแหลม สำหรับคีบเมล็ดผักและรากลงไปในฟองน้ำที่มีการบากรอยตรงกลางไว้แล้ว 4. ภาชนะสำหรับใส่น้ำและมีขนาดพอดีกับแผ่นฟองน้ำ โดยการเลือกภาชนะที่มีขนาดพอดีกับแผ่นฟองน้ำ จะช่วยลดการเกิดตะไคร่น้ำในบริเวณที่ว่างรอบๆ ฟองน้ำที่แดดส่องถึง ถ้ามีที่ว่างรอบๆ ฟองน้ำเยอะพอปลูกไปสักพักบริเวณดังกล่าวมักจะเกิดตะไคร่น้ำขึ้น 5. มุ้ง, ตาข่าย หรือผ้าคลุมที่ตาถี่ๆ มาคลุมภาชนะเอาไว้ กันแมลงเข้าไปกัดกินทำลายต้นกล้า หลังจากทำการย้ายเมล็ดผักสลัดที่งอกรากแล้วลงฟองน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการใส่น้ำในภาชนะ วางไว้ในที่ร่มสัก 1-2 วัน ให้ต้นกล้าฟื้นตัวดีก่อน แล้ววันถัดไปจึงค่อยย้ายต้นกล้าออกไปรับแดดตามปกติ *** ข้อควรระวังในช่วงนี้คือ อย่าให้หน้าฟองน้ำแห้งเกินไปถ้าสังเกตุว่าหน้าฟองน้ำแห้ง ก็ให้พยายามเสปรย์น้ำให้หน้าฟองน้ำชื่นอยู่เสมอ เพราะว่า ช่วงนี้รากของผักที่เพิ่งเริ่มงอกออกมาจากเมล็ดจะยังไม่ยาวมากจนสามารถทะลุฟองน้ำลงไปด้านล่าง บางทีรากอาจจะยังอยู่บริเวณส่วนบนหรือตรงกลางๆ ฟองน้ำ ถ้าหน้าฟองน้ำแห้งเกินไป รากและเมล็ดผักที่อยู่ด้านบนอาจจะเหี่ยวตายได้ค่ะ ***