diary – ดังโงะ แมวจอมซน

ดังโงะ เจอดังโงะวันแรกวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ดังโงะกับพี่น้องอีกตัวเป็นลูกแมวสีส้ม มานอนอยู่ใต้รถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน ส่วนเจ้าดังโงะ มานอนเกาะอยู่บนล้อรถที่จอดไว้หน้าบ้าน ทั้งสองตัวไม่รู้มาจากที่ไหนเหมือนกัน ช่วงนั้นเป็นช่วงหน้าฝน ฝนตกหนักทุกวัน วันแรกที่เจอกันก็คิดว่าลูกแมวทั้ง 2 ตัว น่าจะแค่ขอมาหลบฝน เดี๋ยวก็คงจะกลับบ้านไป

ไม่กี่วัน ดังโงะและลูกแมวสีส้มมาเดินเล่นอยู่หน้าบ้านอีก คราวนี้มานอนเล่นหลบบนต้นไม้เล็กๆ หน้าบ้าน ขึ้นไปนอนอยู่บนกิ่งไม้ทั้ง 2 ตัว พอคนมาจึงค่อยลงจากต้นไม้แล้วก็เดินมาหา เพราะแถวบ้านมีแมวตัวโตๆ มาหลบฝนบ่อยๆ พอเจอลูกแมวเจ้าแมวตัวโตๆ มักเข้าไปตบไปทะเลาะด้วย ลูกแมวทั้ง 2 ตัวก็เลยไปนอนหลบบนต้นไม้ ทีนี้เริ่มสงสารลูกแมวแล้ว เลยแบ่งอาหารเม็ดของพี่โมจิให้ทั้งดังโงะแล้วก็ลูกแมวส้ม

หลังจากนั้นก็แบ่งเม็ดให้เรื่อยๆ จนไม่กี่วันลูกแมวส้มก็หายไปไหนไม่รู้ เหลือแต่เจ้าดังโงะอยู่ตัวเดียวและไม่ยอมไปไหนด้วย ไม่รู้ว่ากลับดาวแมวไปแล้วหรือว่ามีคนมารับไปเลี้ยงก็ไม่รู้ แต่ก็เริ่มกลัวลูกแมวอีกตัวที่เหลือก็คือเจ้าดังโงะกลับดาวไปด้วย ก็เลยดูแลดังโงะแบบให้อาหาร ให้น้ำ แต่ยังให้นอนนอกบ้าน ยังไม่ได้ตัดสินใจจะเลี้ยงไว้ในตอนแรก เวลาแมวจากที่อื่นมาจะตบ ก็ค่อยช่วยวิ่งเข้าไปห้าม ก็อยู่แบบนี้กันมาสักพัก ตอนแรกให้นอนในกรงเพื่อกันไม่ให้แมวอื่นมายุ่ง แต่ดังโงะไม่ชอบ ดังโงะชอบอิสระมากๆ ก็เลยปล่อยให้นอนหน้าบ้าน จนดึกๆ มักเริ่มได้ยินเสียงแมวตัวโตๆ มากวนดังโงะและชวนทะเลาะที่นอนอยู่หน้าบ้านบ่อยๆ เริ่มสงสารดังโงะ ก็เลยตัดสินใจว่าจะรับมาเลี้ยง

ก่อนจะรับดังโงะเข้าบ้าน พาดังโงะไปหาหมอเพื่อฉีดวัคซีน และก็ตรวจเรื่องโรคแมวเบื้องต้น รวมไปถึงเอดส์แมวแล้ว เพราะว่ามีพี่โมจิ กลัวเหมือนกันว่าจะมีโรคติดต่อที่จะทำให้พี่โมจิติดด้วย ที่ตรวจเบื้องต้นก็ไม่มีอะไร ระหว่างที่ดังโงะมานอนอยู่หน้าบ้าน ก็ให้ลองทำความคุ้นเคยกับพี่โมจิดู ปรากฏว่าพี่โมจิก็ยังไม่สนิทอะไรเท่าไร แต่พี่โมจิไม่ตบน้อง(ปกติโมจิจะเป็นแมวชอบความสงบ ชอบอยู่คนเดียว มีแมวอื่นแล้วโมจิทะเลาะกับเค้าไปหมด ไม่ค่อยมีเพื่อน แต่กับดังโงะ โมจิเฉยๆ น้องชวนเล่นแรกก็เล่นแบบฝืนๆ แต่ไม่ได้ทำท่าทางจะขู่หรือทำร้าย ซึ่งถือว่าดีมากแล้ว)

พอเช็คสุขภาพดังโงะแล้วก็ให้โมจิลองทำความรู้จักแล้วน่าจะไม่มีปัญหาอะไร ก็เลยใหดังโงะเข้าบ้าน และดังโงะได้มีปลอกคอเป็นของตัวเองด้วย แรกๆจะถอดปลอกคอออกอย่างเดียว แต่หลังๆ เหมือนจะชอบระฆังกุ๊งกิ๊งที่ติดอยู่ที่ปลอกคอ วิ่งตลอดเลย เสียงดังกุ๊งกิ๊งทั้งวัน

ส่วนพี่โมจิ พอมีน้องดังโงะมาอยู่ในบ้าน เหมือนพี่โมจิกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง พอน้องชวนเล่น ก็วิ่งเล่นซนกับน้อง น้องดังโงะชวนพี่โมจิเล่นซ่อนแอบ กับวิ่งไล่กันทั้งวันเลย เวลาพี่โมจิมีแรงพี่โมจิก็จะมาวิ่งด้วย เวลาพี่โมจิหมดแรง ก็จะแอบไปหลับในมุมของพี่โมจิ ของในบ้านที่อยู่เรียบร้อยก็เลยหล่นตลอด ต้องมีเรื่องให้บ่นแมวทั้ง 2 ตัวทุกวัน แต่ถามว่าแมวฟังรู้เรื่องมั้ย ก็คงไม่นั่นแหละ เพราะยังเล่นซนกันอยู่เลย ก็เลยเพิ่งรู้ว่าพี่โมจิตั้งแต่มาอยู่กับเรา ไม่มีโอกาสเล่นซนแบบนี้เลย มาอยู่ตัวเดียวตั้งแต่เด็กๆ เรื่องที่ออมเคยว่าโมจิซน ปรากฏว่าพอมีดังโงะพี่โมจิกลายเป็นแมวเรียบร้อยไปเลย

เหมือนเป็นช่วงที่ดีที่พี่โมจิได้มีโอกาสเล่นสนุกบ้าง มีเพื่อนเล่นบ้างเหมือนกันนะ เพราะตอนพ่อไม่สบายก็พาพ่อไปอยู่อีกบ้านที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงและสะอาดกว่า บ้านนี้ถึงมีคนอยู่แต่ไม่ค่อยมีเวลาเล่นกับโมจิเลยช่วงนั้น แล้วก็มีช่วงที่แม่กับน้องต้องพาพ่อไปส่งโรงพยาบาล พอไม่มีคนอยู่บ้าน 1-2 วัน ทุกทีที่กลับมาน้องบอกว่าพี่โมจิเสียงแหบทุกที ตอนไม่มีคนอยู่โมจิน่าจะร้องเรียกอยู่นานแหละ น่าสงสารนิพี่โมจิ เอาเป็นว่าน้องดังโงะมาอยู่พี่โมจิได้ซนเต็มที่เหมือนกัน โมจิได้เล่นสนุกด้วย เวลาโดนบ่นก็หาร 2

น้องดังโงะชอบปีนต้นไม้มากๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่พอปล่อยออกไป ก็วิ่งขึ้นต้นไม้บ่อยมาก บางทีขึ้นไปสูงเกิน ถ้าติดอยู่บนนั้นลงมาไม่ได้ ออมก็ไม่รู้จะขึ้นไปช่วยดังโงะยังไงนะลูก แต่ดังโงะไม่ยอมให้ใส่สายจูงเหมือนพี่โมจิ ดังโงะดิ้นอยู่นั่นแหละ ก็เลยปล่อยให้วิ่งเล่นได้อิสระกว่า

ถุงพลาสติกนั้นดังโงะก็เล่นเหมือนพี่โมจินั่นแหละ ชอบนักกับการไปติดอยู่ในถุงเนี่ย

แล้วก็มีที่นอนที่โปรดที่ชอบไปนอน พอวิ่งจนหมดแรงก็มานอนหมดพลังอยู่ตรงนี้แหละ เก้าอี้กับเบาะนี้เคยเป็นที่ของแม่ แต่ตอนดังโงะมาจอง แม่ก็ยกให้แต่โดยดีนะ

คืนวันที่ 12 มกราคม 2569 ดังโงะออกไปเล่นแล้วไม่ยอมกลับเข้าบ้านเหมือนทุกที ปกติดังโงะจะออกไปไม่นานพอเล่นเหนื่อยก็จะกลับเข้าบ้านเองทุกที พอตอนเย็นยังไม่กลับบ้านเป็นห่วงออกไปตามแล้วก็หาไม่เจอ คืนนั้นก็ใจไม่ค่อยดีแล้ว กลัวว่าดังโงะจะเป็นอะไร พอตื่นมาตอนเช้าเลยไปเดินตามหา ดังโงะไปนอนอยู่ใต้แปลงผักข้างบ้าน เหมือนไม่ค่อยมีแรงก็เลยไปอุ้มเข้ามาบ้าน จนตอนเย็นก็ยังซึมๆ เลยพาไปพบสัตวแพทย์ ตั้งแต่วันนั้นก็ให้น้ำเกลือ, ให้ยาบำรุง ไปให้น้ำเกลืออยู่ 3 วัน เค้าขอให้ลองเจาะเลือดดู พอเจาะเลือดดูคุณหมอบอกว่าดังโงะเม็ดเลือดขาวต่ำ เลยให้น้ำเกลือแล้วก็ฉีดยาปฏิชีวนะมาให้ ตอนอยู่บ้านดังโงะนอนซมก็จริงแต่พอไปพบคุณหมอดังโงะดิ้นแล้วเหมือนยังมีแรงเยอะ คุณหมอก็นึกว่าดังโงะน่าจะมีแรงแล้วเหมือนกัน แต่พอคืนนั้นดังโงะอ๊วกออกมาเป็นเลือดหลายกองเลย พอตอนเช้าไปพบคุณหมออีก ปรากฏว่าค่าตับสูงเหมือนได้รับสารพิษ ออมก็ไม่รู้จริงๆ ว่าดังโงะไปกินอะไรหรือโดนอะไรมาเพิ่ม เพราะกลางวันพอไม่อยู่บ้านก็ไม่รู้ว่าดังโงะไปสัมผัสอะไรมาเพิ่มบ้าง คืนนั้นออมให้ดังโงะนอนบนเตียงกับออมทั้งคืนเลย แล้วดังโงะก็อ้วกเป็นเลือด แล้ววันนั้นเองดังโงะก็กลับดาวแมว ออมขอโทษดังโงะนะลูก ที่ออมช่วยเหลืออะไรดังโงะไม่ได้เลยหน่ะ ออมไม่รู้เลยว่าดังโงะไปเจอะอะไรมา แล้วจะช่วยยังไง ออมคิดไรไม่ออกแ้วทำได้แค่กอดดังโงะเอาไว้ตอนดังโงะชักแล้วก็หมดลมลงไปแค่นั้นเอง แล้วก็จบลงที่ออมเองนั่งร้องไห้อยู่หลายชั่วโมงอีกเหมือนเดิม

ถ้าพ่ออยู่พ่อคงห้ามออมเลี้ยงแมวเพิ่มอีกหนึ่งอย่างแน่เลย ถ้าร้องไห้หนักขนาดนี้หน่ะ เพราะตอนถุงเท้าจะกลับดาวหมา ออมก็นั่งคุยนั่งร้องไห้หนักมากแล้วนั่งคุยกับถุงเท้าอยู่เป็นวันเหมือนกัน พอร้องไห้ขนาดนั้นพ่อก็ห้ามให้เลี้ยงหมา ไม่ให้หาตัวใหม่มาแทน นี่ถ้าพ่ออยู่คงห้ามออมเลี้ยงแมวด้วยไหมเนี่ย

ถ้าดังโงะไปอยู่แถวๆ นั้นออมฝากพ่อดูดังโงะด้วยนะ ดังโงะซนหน่อยไปจนถึงมากแหละ แต่ดังโงะน่ารักนะ ดังโงะชอบอยู่กับคน ไม่ค่อยชอบอยู่คนเดียว ออมก็กลัวดังโงะจะเหงาเหมือนกัน ดังโงะไปอยู่ด้วยพ่อจะได้ไม่เหงาด้วยนะ

*** แม่บอกว่าตอนเจ้ารุยกลับดาวหมา พ่อก็เคยเขียนกลอนให้เจ้ารุยกับโพสท์ถึงเจ้ารุยเหมือนกัน ดังโงะก็มาอยู่บ้านเราไม่นานเหมือนเจ้ารุยนั่นแหละ มาแป๊บเดียวแล้วก็ป่วยและจากไปก่อน ออมอ่านแล้วก็พอจะเข้าใจหล่ะ

รุย