ลงเรียนคอร์สนึงใน coursera แล้วในระหว่างที่อาจารย์สอน อาจารย์ในคอร์สก็พูดข้อความนี้ขึ้นมา ฟังแล้วชอบจังเลยอยากจะบันทึกเก็บไว้ Take nothing but results Leave nothing but assumptions Take nothing but pictures Leave nothing but footprints การแปลความในมุมมองส่วนตัวพอฟังแล้วก็คิดได้อย่างนึงว่า ในชีวิตของเราเองบางทีเราก็เอาสิ่งที่เป็นสมมติฐานมาที่เราคาดเดาไปเองจากเหตุผลที่สร้างขึ้นในหัวมาวางเป็นกรอบให้ชีวิตมันยากขึ้น ทั้งๆ ที่สมมติฐานทั้งหลายที่เราตั้งหรือรับฟังมาจากคนอื่นนั้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์เลย ในชีวิตคงง่ายกว่ามากแหละถ้าเราจะเลือกหยิบแค่ส่วนที่เป็นผลลัพท์ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วเราจึงค่อยเอาสิ่งนั้นมาใส่ไว้ในการคิดของเรา เพราะจริงๆ แล้วสมมติฐานตั้งขึ้นมาง่ายกว่ามากๆ เลยแค่คิดขึ้นมาแป๊บเดียวก็ตั้งขึ้นมาได้แล้ว แต่การหยิบสมมติฐานที่สงสัยเหล่านั้นออกมาพิสูจน์เป็นเรื่องที่ทำยากกว่ามากเพราะมันต้องใช้ทั้งเวลา, ความรู้ และพลังงาน กว่าจะได้ผลลัพท์ออกมาเป็นคำตอบของสมมติฐานที่เราตั้งไว้ และในอีกด้านนึง ถึงแม้เราจะตั้งสมมติฐาน พร้อมทั้งทดสอบสมมติฐานและได้ผลลัพท์ออกมาคำตอบออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราเชื่อในคำตอบที่เราได้มา แต่การที่จะบอกคนอื่นว่ามันเป็นอย่างนี้สิ และจะแนะนำให้คนอื่นเชื่อเหมือนเราก็เป็นเรื่องยากอีกแหละ ไม่ว่าเรื่องที่เราพิสูจน์มามันจะถูกต้องหรือมีทฤษฎีรองรับแค่ไหน เพราะอย่างนั้นพอเราได้คำตอบ และเราไม่ต้องปวดหัวเราก็เชื่อของเราเป็นพอ ไม่จำเป็นต้องบอกหรือบังคับให้คนอื่นคิดเหมือนเราหรอก สิ่งที่เราทิ้งไว้ได้ก็คงเป็นสมมติฐานเหมือนที่เราสงสัยตั้งแต่ต้นนั่นแหละ คนอื่นก็อาจจะอยากเชื่อในคำตอบที่พิสูจน์ออกมาด้วยวิธีของเขาเองเหมือนกัน ในอีกบทพูดถึง การที่เราไปเยี่ยมชมธรรมชาติ เราก็ควรจะเลือกรบกวนธรรมชาติตรงนั้นให้น้อยที่สุด อาจไปนั่งมองด้วยตา หรืออาจเก็บเป็นความทรงจำโดยบันทึกเป็นภาพถ่ายไว้ แต่ก็ไม่ควรหยิบ, จับ, เคลื่อนย้าย หรือนำติดมือกลับมาบ้าน ถ้าเอาสิ่งของอะไรไป Read more about Take nothing but results, Leave nothing but assumptions[…]