หนังสือภาพของเด็กเล่มหนึ่งที่ได้อ่านตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วและชอบมาก หนังสือภาพเล่มนี้ชื่อ“The girl who never made mistakes” โดย Mark Pett และ Gary Rubinstein เล่มนี้ได้มาเป็นหนังสือปกแข็งด้วย
ในเรื่องจะมีเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อ “เบียทริซ(ฺBeatrice)” ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงที่แทบจะไม่เคยทำอะไรผิดพลาดเลยในชีวิต และทุกคนในเมืองให้ฉายาเบียทริซว่าเป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่ว่าจะทำอะไร ผลงานก็ออกสมบูรณ์แบบไปเสียหมด ไม่เคยมีข้อผิดพลาดเลย มีคนชื่นชอบเบียทริซเยอะมาก มีแฟนคลับมาชื่นชม มีนักข่าวมาทำข่าวเสมอเพราะความโด่งดังในความสมบูรณ์แบบของเบียทริซด้วย เบียทริซก็ใช้ชีวิตแบบอยู่กับความสมบูรณ์แบบตลอดมา ไม่ว่าจะมีสถานการณ์ที่ทำให้เกือบเกิดความผิดพลาดขึ้นกี่ครั้ง แต่เบียทริซกลับสามารถแก้ปัญหาได้เสมอมา จนทุกอย่างก็เสร็จสมบูรณ์ได้ทุกครั้ง
แล้ววันนึงเบียทริซได้รับการเชิญให้ไปทำการแสดงความสามารถบนเวทีใหญ่ มีคนมาดูเยอะ มีนักข่าวมาทำข่าวด้วย สำหรับเบียทริซที่ทำทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบได้เสมอก็ซ้อมเต็มที่เพื่อไปแสดงที่งานนั้น และซ้อมจนมั่นใจแล้วว่าจะไม่มีข้อผิดพลาด และพร้อมที่จะขึ้นเวที
ในวันแสดงจริง เบียทริซก้าวขึ้นไปแสดงบนเวทีอย่างมั่นใจ และเริ่มทำการแสดงต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก การแสดงของเบียทริซเป็นการโยนสิ่งของ 3 อย่างขึ้นไปในอากาศและคอยประคองไว้ไม่ให้สิ่งของตกลงมา ของ 3 อย่างในวันนั้นจะมี หนูแฮมเสตอร์, ขวดพริกไทย และลูกโป่งบรรจุน้ำ การแสดงก็ดำเนินไปเรื่อยๆ เบียทริซสามารถเลี้ยงของทั้ง 3 อย่างไว้ในอากาศได้สมบูรณ์อย่างไม่มีที่ติ และน่าจะเป็นการแสดงมีที่ท่าจะจบลงด้วยดี
แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ขวดพริกไทยของเบียทริซที่เตรียมไว้นั้นไม่ได้ปิดฝาไว้ให้สนิท พริกไทยเริ่มฟุ้งกระจาย เริ่มจากหนูแฮมเสตอร์ที่ลอยอยู่บนอากาศเริ่มจาม จากนั้นทุกสิ่งที่ลอยอยู่บนอากาศเริ่มเสียการควบคุมไปหมด, หนูแฮมเสตอร์ก็ตกลงบนเบียทริซ ลูกโป่งที่บรรจุน้ำที่ลอยอยู่บนอากาศก็ตกแตกลงบนศรีษะของเบียทริซ เบียทริซเปียกโชกและการแสดงก็ต้องหยุดลงตรงนั้น เบียทริซเพิ่งทำผิดพลาดเป็นครั้งแรกในชีวิตลงไป และความผิดพลาดนั้นก็เกิดบนเวทีที่ใหญ่มากๆ สำหรับเธอด้วย
เมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้น เบียทริซงงไปชั่วขณะ แล้วเบียทริซแหงนหน้าขึ้นไปมองเจ้าหนูแฮมสเตอร์บนศรีษะของเธอ พร้อมเศษลูกโป่งที่แตกกระจายไปทั่วบนหัวของเธอ พร้อมน้ำที่ตอนนี้ทำศรีษะเธอเปียกโชกไปหมด เนื่องจากเป็นความผิดพลาดครั้งแรกในชีวิตของเบียทริซเด็กหญิงผู้สมบูรณ์แบบ แทนที่เบียทริซจะเครียดหรือร้องไห้อย่างวิตกกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ แต่ทำเธอกลับเริ่มขำ, เริมหัวเราะคิกคักและค่อยหัวเราะดังขึ้นเรื่อยๆ จนหยุดขำไม่ได้กับความผิดพลาดครั้งแรกและครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอ
ฟากคนดูที่ต้องการมาชมการแสดงของเบียทริซเด็กผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบเสมอมา พอเห็นความผิดพลาดของเบียทริซ และเห็นเบียทริซเริ่มหัวเราะ ต่างก็มองหน้ากันอย่างงงๆ และก็มองหน้าแล้วเริ่มหัวเราะด้วยกัน หัวเราะมากขึ้นเรื่อยๆ จนแต่ละคนก็ลืมไปเลยว่าทำไมถึงเริ่มหัวเราะและขำมากได้ขนาดนี้
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เบียทริซก็ไม่ได้เป็นเด็กผู้หญิงที่มีฉายาว่าเป็นเด็กผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบอีกต่อไป มีคนให้ความสนใจเบียทริซน้อยลง ไม่มีคนมาต้อนรับเวลาเบียทริซไปไหนมาไหน และไม่มีนักข่าวที่ต้องการมาทำข่าวความสมบูรณ์แบบของเบียทริซทุกวันอีกต่อไป แต่แทนที่เบียทริซจะเศร้าและเสียใจกับฉายาที่สูญเสียไป เบียทริซกลับมีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น เบียทริซไม่ต้องคอยกังวลว่าต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบอยู่ตลอดเวลา เบียทริซมีเรื่องที่ทำแล้วผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในแต่วันมากขึ้น แต่เบียทริซก็ไม่ได้เป็นทุกข์ แต่มองเป็นเรื่องตลกและหัวเราะกับความผิดพลาดเหล่านั้นได้ในทุกๆ วัน
สำหรับออมเองเมื่อก่อนก็จะระมัดระวังความผิดพลาดต่างๆ ในชีวิตมากเกินไปหน่อยนั่นแหละ มักจะระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาด แต่ในบางสถานการณ์ถึงจะเตรียมตัวอย่างดีแล้ว มันก็เกิดความผิดพลาดขึ้นมาได้บ้าง แต่พอเกิดความผิดพลาดขึ้นมาก็หัวเราะไม่ออกอย่างที่เบียทริซทำได้หรอก แต่กลับทำเอาตัวเองก็เครียดกับข้อผิดพลาดไปหลายวันเลยหล่ะ ซึ่งไม่ค่อยดีเลยนะ หลังจากได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วกลับมามองตัวเองและความเครียดที่ตัวเองมักสะสมไว้ ก็พบว่า ถ้าเราอนุญาติให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้บ้าง และถ้าตัวเราเองสามารถมองความผิดพลาดเล็กๆ น้อยที่เกิดขึ้นในชีวิตในแต่ละวันให้เป็นเรื่องขำๆ ตลกๆ ได้ มันจะทำให้ตัวเราเองไม่เครียดและกังวลมากจนเกินไป ก็คงจะดีมากๆ เลยหล่ะ พักหลังมาพอตั้งใจทำอะไรมากๆ แล้วถึงแม้ตั้งใจกับมันเต็มที่แต่บางครั้งก็เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา มันก็มีภาพตัดจากหนังสือภาพของเบียทริซตอนที่เบียทริซทำของตกบนเวทีที่แวปเข้ามาในหัวเพื่อเตือนตัวเองบ่อยๆอยู่นะ ว่าสำหรับความผิดพลาดครั้งนี้ตัวออมเองควรมองมันและรับมือกับความผิดพลาดอย่างไรดีนะ มันไม่ใช่มีทางเดียวแบบเดิมแล้วที่ต้องเครียดกับมันเสมอแต่มันก็จะมีอีกทางที่เราสามารถมองมันเป็นเรื่องขำๆ เล็กๆ น้อยๆ กับความผิดพลาดในชีวิตได้เหมือนกันนะ
หวังว่าคนที่ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้จะชอบหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน และจะสามารถมองความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตของตัวเองเป็นเรื่องที่หัวเราะกับมันได้กันมากขึ้นนะ




