Python – Matrix
เมทริกซ์(matrix) คือการจัดโครงสร้างข้อมูลในรูปแบบ 2 มิติ(two-dimensional) ซึ่งจะนำข้อมูลตัวเลขไปทำการจัดเรียงให้อยู่ในโครงสร้างซึ่งประกอบด้วยแถว(row)และหลัก(column)

จากตารางตัวอย่างนั้น เป็นการจำลองการเก็บข้อมูลจำนวนหนังสือที่อยู่ในคลังสินค้าของร้านหนังสือสาขาต่างๆ โดยจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเมทริกซ์(matrix) ที่มีขนาด 5×4 คือมีข้อมูล 5 แถว และ 4 หลัก
เนื่องจากใน python นั้นไม่มีรูปแบบข้อมูลชนิดเมทริกซ์ หากต้องการจัดโครงสร้างข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบดังกล่าว ต้องอาศัยการจัดรูปแบบข้อมูลโดยใช้ลิสต์ซ้อนอยู่ภายในลิสต์มาแทน หรืออาจใช้อาเรย์ซ้อนอยู่ภายในอาเรย์จากไลบรารี่ numpy
- การสร้างข้อมูลในรูปแบบเมทริกซ์
- การสร้างเมทริกซ์ของข้อมูลโดยการสร้างลิสต์ซ้อนอยู่ภายในลิสต์
-
การสร้างเมทริกซ์ของข้อมูลโดยการกำหนดข้อมูลทั้งหมดภายในครั้งเดียว
เนื่องจากใน python ไม่มีชุดข้อมูลชนิดเมทริกซ์ ดังนั้นการสร้างข้อมูลรูปแบบเมทริกซ์ต้องอาศัยการสร้างข้อมูลลิสต์ซ้อนอยู่ภายในข้อมูลอีกลิสต์หนึ่งโดยแต่ละลิสต์ภายในจะแยกกันด้วยเครื่องหมาย “, ” และข้อมูลทั้งหมดจะอยู่ภายในเครื่องหมาย “[]”
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเก็บข้อมูลในโครงสร้างเมทริกซ์ โดยอาศัยชนิดข้อมูลลิสต์ซ้อนอยู่ภายในลิสต์ # เพื่อเก็บข้อมูลในรูปแบบเมทริกซ์แทน โดยทำการเก็บข้อมูลจำนวนหนังสือที่คงเหลือในคลังสินค้า # ของร้านจากสาขาต่างๆ books_in_stores = [[5, 0, 5, 2], [2, 5, 2, 3], [10, 8, 8, 5], [0, 5, 1, 6], [8, 9, 2, 0]] # โปรแกรทำการปรินต์ค่า print( books_in_stores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[5, 0, 5, 2], # [2, 5, 2, 3], # [10, 8, 8, 5], # [0, 5, 1, 6], # [8, 9, 2, 0]]จากตัวอย่าง ตัวแปร books_in_stores นั้นเก็บข้อมูลในโครงสร้างเมทริกซ์ที่มีขนาด 5×4 โดย จะมีข้อมูล 5 แถว(row), 4 หลัก(column) ซึ่งข้อมูลแต่ละแถวจะระบุข้อมูลจำนวนหนังสือในแต่ละสาขาและข้อมูลในแต่ละหลักจะระบุข้อมูลจำนวนของหนังสือเล่มต่างๆในทุกสาขา
ข้อมูลในแต่ละลำดับของแถว(row) ซึ่งระบุจำนวนหนังสือในแต่ละสาขา- ลำดับที่ 0: รหัสสาขา “BR0001”
- ลำดับที่ 1: รหัสสาขา “BR0002”
- ลำดับที่ 2: รหัสสาขา “BR0003”
- ลำดับที่ 3: รหัสสาขา “BR0004”
- ลำดับที่ 4: รหัสสาขา “BR0005”
ข้อมูลในแต่ละลำดับของหลัก(column) จะระบุข้อมูลจำนวนของหนังสือเล่มต่างๆ
- ลำดับที่ 0: รหัสหนังสือ “BK0005”
- ลำดับที่ 1: รหัสหนังสือ “BK0007”
- ลำดับที่ 2: รหัสหนังสือ “BK0008”
- ลำดับที่ 3: รหัสหนังสือ “BK0011”
-
การสร้างเมทริกซ์ของข้อมูลโดยค่อยๆ เพิ่มข้อมูลเข้าไปโดยใช้ for…loop
เราสามารถทำการสร้างเมทริกซ์ขนาด nxm ซึ่งมี n แถว, m หลัก ด้วยการวนลูปเพื่อค่อยๆ ใส่ข้อมูลลงไปได้ ซึ่งเริ่มต้นโดยการสร้างลิสต์ที่มีขนาดข้อมูล n(ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับข้อมูลแต่ละแถว) จากนั้นทำการแทนค่าข้อมูลข้างต้นดังกล่าวด้วยลิสต์ซึ่งมีข้อมูลบรรจุอยู่จำนวน m ตัว(ซึ่งก็คือข้อมูลในแต่ละคอลัมน์ของแถวดังกล่าว)

ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเก็บข้อมูลจำนวนของแถว n = 5 # กำหนดตัวแปรเก็บข้อมูลจำนวนของหลัก m = 6 # ทำการสร้างข้อมูลตั้งต้นสำหรับแต่ละแถวเป็นจำนวน n แถว ซึ่งค่าตั้งต้นของข้อมูลแต่ละแถวคือ 0 data = [0] * n print( data) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [0, 0, 0, 0, 0] # ทำการสร้างชุดข้อมูลแต่ละหลักเป็นจำนวน m หลัก ซึ่งจะเป็นลิสต์ของข้อมูลที่จะนำไปใช้แทนที่ค่าตั้งต้นของข้อมูลแต่ละแถว for i in range(n): data[i] = [1] * m # ทำการปรินท์ค่าข้อมูล print( data ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[1, 1, 1, 1, 1, 1], # [1, 1, 1, 1, 1, 1], # [1, 1, 1, 1, 1, 1], # [1, 1, 1, 1, 1, 1], # [1, 1, 1, 1, 1, 1]] -
การสร้างเมทริกซ์โดยใช้อาเรย์ซ้อนอยู่ภายในอาเรย์ โดยไลบรารี่ numpy
สำหรับการสร้างเมทริกซ์โดยใช้ไลบรารี่ numpy นั้นจะใช้ข้อมูลชนิดอาเรย์ซ้อนในอาเรย์จากไลบรารี่ดังกล่าว สำหรับการจัดข้อมูลในโครงสร้างเมทริกซ์
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # เรียกใช้งานไลบรารี่ numpy import numpy as np # สร้างชุดข้อมูลตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 19 sequence_of_numbers = range(20) # ทำการจัดรูปแบบตัวเลขให้อยู่ในรูโครงสร้างเมทริกซ์ที่มีขนาด 5x4 example_matrix = np.reshape( sequence_of_numbers, (5, 4) ) print( example_matrix ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[ 0 1 2 3] # [ 4 5 6 7] # [ 8 9 10 11] # [12 13 14 15] # [16 17 18 19]]
-
การเข้าถึงข้อมูลในเมทริกซ์
-
การเข้าถึงข้อมูลโดยใช้ลำดับของข้อมูล
เราสามารถเข้าถึงข้อมูลแต่ละตัวในโครงสร้างเมทริกซ์โดยอ้างอิงลำดับข้อมูลภายในเครื่องหมาย “[]” ตามหลังชื่อตัวแปร เช่นเดียวกันกับการใช้งานกับลิสต์ เช่น data[1][0] ในการเข้าถึงข้อมูลในแถวลำดับที่ 1 หลักลำดับที่ 0
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # เรียกใช้งานไลบรารี่ numpy import numpy as np # สร้างชุดข้อมูลตัวเลข sequence_of_numbers = range(20) # ทำการจัดรูปแบบตัวเลขให้อยู่ในโครงสร้างเมทริกซ์ที่มีขนาด 5x4 example_matrix = np.reshape( sequence_of_numbers, (5, 4) ) print( example_matrix ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[ 0 1 2 3] # [ 4 5 6 7] # [ 8 9 10 11] # [12 13 14 15] # [16 17 18 19]] # เรียกดูข้อมูลของเมทริกซ์ทั้งหมดจากแถวลำดับที่ 1 print( example_matrix[1] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [ 4 5 6 7] # เรียกดูข้อมูลของเมทริกซ์ทั้งหมดจากแถวลำดับที่ 3 print( example_matrix[3] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [12 13 14 15] # เรียกดูข้อมูลของเมทริกซ์จากแถวลำดับที่ 0 หลักลำดับที่ 1 print( example_matrix[0][1] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # 1 # เรียกดูข้อมูลของเมทริกซ์จากแถวลำดับที่ 0 หลักลำดับที่ 2 print( example_matrix[0][2] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # 2 # เรียกดูข้อมูลของเมทริกซ์จากแถวที่ 2 หลักที่ 2 print( example_matrix[2][2] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # 10
-
การเข้าถึงข้อมูลในเมทริกซ์เป็นช่วงของข้อมูล
เราสามารถเข้าถึงข้อมูลแต่ละตัวในเมทริกซ์เป็นช่วงของข้อมูล เช่นเดียวกับการใช้งานในลิสต์ เช่น จากตารางข้อมูลจำนวนหนังสือที่คงเหลือในคลังสินค้าในสาขาต่างๆ เราต้องการดูข้อมูลหนังสือคงเหลือทั้งหมดในสาขาหมายเลข “BR0001” และ “BR00002” โดยในตัวอย่างนี้เราจะใช้ไลบรารี่ numpy เพื่อเข้าถึงข้อมูลภายในเมทริกซ์
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # เรียกใช้งานไลบรารี่ numpy import numpy as np # กำหนดตัวแปรเก็บข้อมูลในโครงสร้างเมทริกซ์ โดยอาศัยชนิดข้อมูลอาเรย์ซ้อนอยู่ภายในอาเรย์ # ด้วยไลบรารี่ numpy เพื่อเก็บข้อมูลในรูปแบบเมทริกซ์ โดยตัวแปรดังกล่าวทำการเก็บข้อมูล # จำนวนหนังสือที่คงเหลือในคลังสินค้าของร้านจากสาขาต่างๆ books_in_stores = np.array( [ [5, 0, 5, 2], [2, 5, 2, 3], [10, 8, 8, 5], [0, 5, 1, 6], [8, 9, 2, 0] ] ) # ทำการเรียกดูข้อมูลจำนวนหนังสือที่คงเหลือในคลังสินค้าทั้งหมดจากสาขาหมายเลข "BR0001" และ "BR00002" first_two_branches = books_in_stores[0:2,:] print( first_two_branches ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[5 0 5 2] # [2 5 2 3]] # ทำการเรียกดูข้อมูลจำนวนหนังสือรหัส "BK0001" และ "BK0003" ที่คงเหลือในคลังสินค้าทั้งหมดจากทุกสาขา first_two_books = books_in_stores[:,0:2] print( first_two_books ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[ 5 0] # [ 2 5] # [10 8] # [ 0 5] # [ 8 9]] # ทำการเรียกดูข้อมูลจำนวนหนังสือรหัส "BK0008" ที่คงเหลือในคลังสินค้าทั้งหมดจากทุกสาขา bk0008_in_all_branches = books_in_stores[:,2] print( bk0008_in_all_branches ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [5 2 8 1 2]จากตัวอย่างข้างต้น เราได้เรียกใช้ไลบรารี่ numpy เพื่อเข้าถึงข้อมูลของเมทริกซ์ โดยในการสร้างแมทริกซ์สำหรับตัวอย่างนี้ เราใช้งานฟังก์ชันของ numpy ซึ่งก็คือฟังก์ชัน array( ระบุข้อมูลของอาเรย์ซ้อนอยู่ภายในอาเรย์ ) จากนั้นเราเข้าถึงข้อมูลภายในเมทริกซ์เป็นช่วงของข้อมูล โดยใช้คำสั่งเช่น
books_in_stores[:,2] “:” เป็นการระบุว่าเราต้องการดูข้อมูลโดยไม่ระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของแถว จึงทำการเรียกดูข้อมูลทุกแถว “2” เป็นการระบุว่าต้องการดูข้อมูลจากหลักลำดับที่ 2 เท่านั้น
-
การเข้าถึงข้อมูลโดยใช้ลำดับของข้อมูล
-
การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในเมทริกซ์
เราสามารถใช้เครื่องหมายดำเนินการ “=” เพื่อจะทำการกำหนดค่าข้อมูลใหม่ในเมทริกซ์ เช่นเดียวกับการใช้งานในลิสต์
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเก็บข้อมูลในโครงสร้างเมทริกซ์ โดยอาศัยชนิดข้อมูลลิสต์ซ้อนอยู่ภายในลิสต์ # เพื่อเก็บข้อมูลในรูปแบบเมทริกซ์แทน โดยทำการเก็บข้อมูลจำนวนหนังสือที่คงเหลือในคลังสินค้า # ของร้านจากสาขาต่างๆ books_in_stores = [[5, 0, 5, 2], [2, 5, 2, 3], [10, 8, 8, 5], [0, 5, 1, 6], [8, 9, 2, 0]] # ทำการปรินท์ค่าข้อมูล print( books_in_stores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[5, 0, 5, 2], # [2, 5, 2, 3], # [10, 8, 8, 5], # [0, 5, 1, 6], # [8, 9, 2, 0]] # ทำการแก้ไขข้อมูลจำนวนหนังสือรหัส "BK0008" ในร้านหนังสือสาขา "BR0001" books_in_stores[0][2] = 8 # ทำการปรินท์ค่าข้อมูล print( books_in_stores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[5, 0, 8, 2], # [2, 5, 2, 3], # [10, 8, 8, 5], # [0, 5, 1, 6], # [8, 9, 2, 0]] # ทำการดึงข้อมูลจำนวนหนังทั้งหมด ในร้านหนังสือสาขา "BR0003" br0003_books = books_in_stores[2] # ทำการแก้ไขข้อมูลจำนวนหนังสือรหัส "BK0011" ในร้านหนังสือสาขา "BR0003" br0003_books[3] = 3 # ทำการปรินท์ค่าข้อมูล print( books_in_stores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[5, 0, 8, 2], # [2, 5, 2, 3], # [10, 8, 8, 3], # [0, 5, 1, 6], # [8, 9, 2, 0]] -
การเพิ่มข้อมูลใหม่เข้าไปในเมทริกซ์
-
การเพิ่มข้อมูลให้กับเมทริกซ์โดยใช้เครื่องหมายดำเนินการ “+”
เราสามารถทำการเพิ่มข้อมูลให้กับเมทริกซ์โดยใช้เครื่องหมายดำเนินการ “+” เพื่อทำการเพิ่มข้อมูลใหม่ หรือรวมข้อมูลเข้าด้วยกัน
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเก็บข้อมูลในโครงสร้างเมทริกซ์ โดยอาศัยชนิดข้อมูลลิสต์ซ้อนอยู่ภายในลิสต์ # เพื่อเก็บข้อมูลในรูปแบบเมทริกซ์แทน โดยทำการเก็บข้อมูลจำนวนหนังสือที่คงเหลือในคลังสินค้า # ของร้านจากสาขาต่างๆ books_in_stores = [[5, 0, 5, 2], [2, 5, 2, 3], [10, 8, 8, 5], [0, 5, 1, 6]] # ทำการเพิ่มข้อมูลจำนวนหนังสือของสาขาใหม่ให้กับเมทริกซ์ โดยใช้เครื่องหมายดำเนินการ "+" books_in_stores = books_in_stores + [[8, 9, 2, 0]] print(books_in_stores) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[5, 0, 5, 2], # [2, 5, 2, 3], # [10, 8, 8, 5], # [0, 5, 1, 6], # [8, 9, 2, 0]]จากตัวอย่างข้างต้น เป็นการเพิ่มข้อมูลจำนวนหนังสือทั้งหมดสำหรับสาขาใหม่โดยใช้เครื่องหมายดำเนินการ “+” โดยในตัวอย่างข้อมูล [8, 9, 2, 0] จะถูกเพิ่มเข้าไปในเมทริกซ์เป็นแถวใหม่ซึ่งอยู่ถัดจากลำดับของข้อมูลแถวสุดท้ายที่มีอยู่เดิมภายในเมทริกซ์
-
เพิ่มข้อมูลใหม่ลงไปในเมทริกซ์โดยใช้ฟังก์ชัน append() จากไลบรารี่ numpy
เราสามารถเพิ่มข้อมูลใหม่ลงไปในเมทริกซ์โดยใช้ฟังก์ชัน append() ซึ่งเป็นฟังก์ชันจากไลบรารี่ numpy
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # เรียกใช้งานไลบรารี่ numpy import numpy as np # กำหนดตัวแปรเก็บข้อมูลในโครงสร้างเมทริกซ์ โดยอาศัยชนิดข้อมูลอาเรย์ซ้อนอยู่ภายในอาเรย์ # ด้วยไลบรารี่ numpy เพื่อเก็บข้อมูลในรูปแบบเมทริกซ์ โดยตัวแปรดังกล่าวทำการเก็บข้อมูล # จำนวนหนังสือที่คงเหลือในคลังสินค้าของร้านจากสาขาต่างๆ books_in_stores = np.array( [[5, 0, 5, 2], [2, 5, 2, 3], [10, 8, 8, 5], [0, 5, 1, 6], [8, 9, 2, 0]] ) # ทำการเพิ่มข้อมูลจำนวนหนังสือของสาขาใหม่ให้กับเมทริกซ์ ด้วยฟังก์ชัน append จากไลบรารี่ numpy books_in_stores = np.append( arr=books_in_stores, values=[[11, 8, 12, 10]], axis=0) # ทำการปรินค์ค่าข้อมูล print( books_in_stores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[ 5 0 5 2] # [ 2 5 2 3] # [10 8 8 5] # [ 0 5 1 6] # [ 8 9 2 0] # [11 8 12 10]]จากตัวอย่างข้างต้น เราได้ทำการเพิ่มข้อมูลแถวใหม่ให้กับเมทริกซ์เดิมโดยฟังก์ชัน append() จากไลบรารี่ของ numpy โดยฟังก์ชันดังกล่าวจะรับข้อมูลอาเรย์ที่จะทำการเพิ่มข้อมูล, ค่าข้อมูลที่ต้องการใส่เพิ่ม และแกนที่ต้องการใส่ข้อมูลดังกล่าวลงไป โดยรายละเอียดคำสั่งมีดังนี้
np.append( arr=books_in_stores, values=[[11, 8, 12, 10]], axis=0) arr=books_in_stores คือ อาเรย์ทีจะทำการเพิ่มข้อมูล values=[[11, 8, 12, 10]] คือ ค่าของข้อมูลที่ทำการเพิ่มเข้าไป axis=0 คือ แกนที่จะเพิ่มข้อมูลลงไปโดย 0 จะระบุว่าเป็นแถว และ 1 ระบุุว่าเป็นหลัก ดังนั้นในตัวอย่าง เราทำการเพิ่มข้อมูลแถวใหม่ลงไปซึ่งมีชุดข้อมูลเป็น [11, 8, 12, 10] โดยเพิ่มข้อมูลดังกล่าวลงไปให้กับเมทริกซ์ books_in_stores
-
เพิ่มข้อมูลใหม่ลงไปในเมทริกซ์โดยใช้ฟังก์ชัน insert() จากไลบรารี่ numpy
เราสามารถเพิ่มข้อมูลใหม่ลงไปตรงตำแหน่งที่ต้องการในเมทริกซ์โดยใช้ฟังก์ชัน insert() ซึ่งเป็นฟังก์ชันของไลบรารี่ numpy
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # เรียกใช้งานไลบรารี่ numpy import numpy as np # กำหนดตัวแปรเก็บข้อมูลในโครงสร้างเมทริกซ์ โดยอาศัยชนิดข้อมูลอาเรย์ซ้อนอยู่ภายในอาเรย์ # ด้วยไลบรารี่ numpy เพื่อเก็บข้อมูลในรูปแบบเมทริกซ์ โดยตัวแปรดังกล่าวทำการเก็บข้อมูล # จำนวนหนังสือที่คงเหลือในคลังสินค้าของร้านจากสาขาต่างๆ books_in_stores = np.array( [[5, 0, 5, 2], [2, 5, 2, 3], [10, 8, 8, 5], [0, 5, 1, 6], [8, 9, 2, 0]] ) # ทำการเพิ่มข้อมูลจำนวนหนังสือเล่มใหม่เข้าไปเป็นข้อมูลให้กับร้านหนังสือในทุกสาขา books_in_stores = np.insert( arr=books_in_stores, obj=[4], values=[[5], [3], [10], [5], [8]], axis=1) # ทำการปรินค์ค่าข้อมูล print( books_in_stores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[ 5 0 5 2 5] # [ 2 5 2 3 3] # [10 8 8 5 10] # [ 0 5 1 6 5] # [ 8 9 2 0 8]]จากตัวอย่างข้างต้น เราได้ทำการเพิ่มข้อมูลแถวใหม่ให้กับเมทริกซ์เดิมโดยฟังก์ชัน insert() จากไลบรารี่ของ numpy โดยฟังก์ชันดังกล่าวจะรับข้อมูล อาเรย์ที่จะทำการเพิ่มข้อมูล, ตำแหน่งที่ต้องการเพิ่มข้อมูล, ค่าข้อมูลที่ต้องการใส่เพิ่ม และแกนที่ต้องการใส่ข้อมูลดังกล่าวลงไป
np.insert( arr=books_in_stores, obj=[4], values=[[5], [3], [10], [5], [8]], axis=1) arr=books_in_stores คือ อาเรย์ที่จะทำการเพิ่มข้อมูล obj=[4] คือ ระบุตำแหน่งทีจะทำการเพิ่มข้อมูล values=[[5], [3], [10], [5], [8]] คือ ค่าของข้อมูลที่ทำการเพิ่มเข้าไป axis=1 คือ แกนที่จะเพิ่มข้อมูลลงไป โดย 1 จะระบุว่าเป็นแถว และ 1 ระบุุว่าเป็นหลัก
-
การเพิ่มข้อมูลให้กับเมทริกซ์โดยใช้เครื่องหมายดำเนินการ “+”
-
ทำการลบข้อมูลออกจากเมทริกซ์
-
การลบข้อมูลออกจากแถว(row)ของเมทริกซ์
-
การลบข้อมูลออกจากแถว(row)ของเมทริกซ์ โดยใช้คีย์เวิร์ด del
เราสามารถใช้คีย์เวิร์ด del ในการลบข้อมูลแต่ละแถวออกจากเมทริกซ์ เช่นเดียวกับที่ใช้งานในลิสต์
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเก็บข้อมูลในโครงสร้างเมทริกซ์ โดยอาศัยชนิดข้อมูลลิสต์ซ้อนอยู่ภายในลิสต์ # เพื่อเก็บข้อมูลในรูปแบบเมทริกซ์ โดยตัวแปรดังกล่าวทำการเก็บข้อมูลจำนวนหนังสือที่คงเหลือ # ในคลังสินค้าของร้านจากสาขาต่างๆ books_in_stores = [[5, 0, 5, 2], [2, 5, 2, 3], [10, 8, 8, 5], [0, 5, 1, 6]] # ทำการลบข้อมูลจำนวนหนังสือทั้งหมดของสาขา "BR0002" ออกจากเมทริกซ์ del books_in_stores[1] # ทำการปรินต์ค่าข้อมูล print(books_in_stores) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[5, 0, 5, 2], # [10, 8, 8, 5], # [0, 5, 1, 6]] -
การลบข้อมูลออกจากแถว(row)ของเมทริกซ์ โดยใช้ฟังก์ชัน delete() จากไลบรารี numpy
เราสามารถใช้ฟังก์ชัน delete() จากไลบรารี numpy ในการลบข้อมูลออกจากเมทริกซ์ เช่นเดียวกับการใช้งานในอาเรย์ของไลบรารีดังกล่าว
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # เรียกใช้งานไลบรารี่ numpy import numpy as np # กำหนดตัวแปรเก็บข้อมูลในโครงสร้างเมทริกซ์ โดยอาศัยชนิดข้อมูลอาเรย์ซ้อนอยู่ภายในอาเรย์ # ด้วยไลบรารี่ numpy เพื่อเก็บข้อมูลในรูปแบบเมทริกซ์ โดยตัวแปรดังกล่าวทำการเก็บข้อมูล # จำนวนหนังสือที่คงเหลือในคลังสินค้าของร้านจากสาขาต่างๆ books_in_stores = np.array( [[5, 0, 5, 2], [2, 5, 2, 3], [10, 8, 8, 5], [0, 5, 1, 6]] ) # ทำการลบข้อมูลจำนวนหนังสือทั้งหมดของสาขา "BR0002" ออกจากเมทริกซ์ # โดยใช้ฟังก์ชัน delete() จากไลบรารี่ numpy books_in_stores = np.delete( arr=books_in_stores, obj=[1], axis=0 ) # ทำการปรินต์ค่าข้อมูล print(books_in_stores) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[ 5 0 5 2] # [10 8 8 5] # [ 0 5 1 6]]delete( books_in_stores, [1], 0) books_in_stores คือ การระบุว่าต้องทำการลบข้อมูลในเมทริกซ์ books_in_stores obj=[1] คือ ทำการระบุตำแหน่งที่ต้องการลบข้อมูล 1 คือ ระบุแกนที่จะทำการลบข้อมูลโดย 0 แทนการระบุแถว และ 1 แทนการระบุหลัก ดังนั้น จึงต้องการทำการลบข้อมูลออกจากตัวแปร books_in_stores โดยลบข้อมูลในแถวซึ่งอยู่ลำดับที่ 1 ออก ซึ่งก็คือข้อมูลของร้านหนังสือสาขาหมายเลข “BK0002”
-
การลบข้อมูลออกจากแถว(row)ของเมทริกซ์ โดยใช้คีย์เวิร์ด del
-
การลบข้อมูลออกจากคอลัมน์(column)ของเมทริกซ์
-
การลบข้อมูลออกจากคอลัมน์(column) โดยใช้คีย์เวิร์ด del
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเก็บข้อมูลในโครงสร้างเมทริกซ์ โดยอาศัยชนิดข้อมูลลิสต์ซ้อนอยู่ภายในลิสต์ # เพื่อเก็บข้อมูลในรูปแบบเมทริกซ์ โดยตัวแปรดังกล่าวทำการเก็บข้อมูลจำนวนหนังสือที่คงเหลือ # ในคลังสินค้าของร้านจากสาขาต่างๆ books_in_stores = [[5, 0, 5, 2], [2, 5, 2, 3], [10, 8, 8, 5], [0, 5, 1, 6]] # ทำการลบข้อมูลจำนวนหนังสือจากหลักลำดับที่ 2 ไปถึงลำดับก่อนลำดับที่ 4("BK0008", "BK0011") ออกจากเมทริกซ์ for branch_books in books_in_stores: del branch_books[2:4] # ทำการปรินต์ค่าข้อมูล print(books_in_stores) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[5, 0], # [2, 5], # [10, 8], # [0, 5]] -
การลบข้อมูลออกจากคอลัมน์(column) โดยใช้ฟังก์ชัน delete() จากไลบรารี่ numpy
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # เรียกใช้งานไลบรารี่ numpy import numpy as np # กำหนดตัวแปรเก็บข้อมูลในโครงสร้างเมทริกซ์ โดยอาศัยชนิดข้อมูลซ้อนอยู่ภายในอาเรย์ # ด้วยไลบรารี่ numpy เพื่อเก็บข้อมูลในรูปแบบเมทริกซ์ โดยตัวแปรดังกล่าวทำการเก็บข้อมูล # จำนวนหนังสือที่คงเหลือในคลังสินค้าของร้านจากสาขาต่างๆ books_in_stores = np.array( [[5, 0, 5, 2], [2, 5, 2, 3], [10, 8, 8, 5], [0, 5, 1, 6]] ) # ทำการลบข้อมูลจำนวนหนังสือจากลำดับที่ 2 และอีกเล่มถัดไป("BK0008", "BK0011") ออกจากเมทริกซ์ books_in_stores = np.delete( arr=books_in_stores, obj=np.s_[2::1], axis=1 ) # ทำการปรินต์ค่าข้อมูล print(books_in_stores) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [[ 5 0] # [ 2 5] # [10 8] # [ 0 5]]delete( books_in_stores, s_[2::1], 1) books_in_stores คือ การระบุว่าต้องทำการลบข้อมูลในเมทริกซ์ books_in_stores s_[2::1] คือ ทำการลบข้อมูลตั้งหลักลำดับที่ 2 และถัดไปอีก 1 ตัว 1 คือ ระบุแกนที่จะทำการลบข้อมูลโดย 0 แทนการระบุแถว และ 1 แทนการระบุหลัก ดังนั้น จึงต้องทำการลบข้อมูลออกจากเมทริกซ์ books_in_stores โดยลบข้อมูลออกตั้งแต่หลักที่ 2, 3 ซึ่งก็คือข้อมูลหนังสือรหัส “BK0008” และ “BK0011”
-
การลบข้อมูลออกจากคอลัมน์(column) โดยใช้คีย์เวิร์ด del
-
การลบข้อมูลออกจากแถว(row)ของเมทริกซ์
