Python – Array
อาเรย์(array) คือการเก็บข้อมูลเป็นชุดของข้อมูลที่มีลำดับของข้อมูล โดยจะประกอบด้วยข้อมูลหลายๆข้อมูลและมีชนิดของข้อมูลแบบเดียวกัน เช่น อาเรย์ของเลขจำนวนเต็ม(int), อาเรย์ของเลขทศนิยม(float), อาเรย์ของข้อความ(string) ซึ่งโดยปกติจะมีความแตกต่างจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ที่สามารถเก็บข้อมูลได้หลายชนิดภายในลิสต์เดียวกัน
ใน python นั้นโดยปกติแล้วจะไม่มีชุดข้อมูลชนิดอาเรย์(array)มาให้ แต่หากต้องการใช้งานในรูปแบบอาเรย์ก็จะใช้การเก็บชุดข้อมูลชนิดลิสต์(list) แต่จะทำการเก็บข้อมูลเพียงชนิดเดียวภายในลิสต์ดังกล่าวแทน เพื่อนำไปใช้งานในรูปแบบของอาเรย์(array)
ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้งานรูปแบบการเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์โดยเฉพาะและมีประสิทธิภาพสูง ก็จำเป็นต้องใช้ไลบรารี่(library)เพิ่มเติม เช่น ชุดข้อมูลชนิดอาเรย์จากไลบรารี่ numpy แทน ซึ่งหากต้องการดำเนินการทางคณิตศาสตร์เฉพาะเจาะจงกับชุดข้อมูลชนิดอาเรย์นั้น การเลือกใช้งานอาเรย์จากไลบรารี่ numpy แทนการใช้การเก็บข้อมูลในรูปแบบลิสต์จะทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่า
การเลือกใช้ชุดข้อมูลชนิดลิสต์มาแทนเพื่อใช้งานในรูปแบบอาเรย์โดยตรงนั้นจะมีข้อแตกต่างจากการใช้อาเรย์ปกติ เพราะชุดข้อมูลชนิดลิสต์สามารถจะเก็บข้อมูลต่างชนิดกันได้ โดยเราสามารถจะเก็บทั้งข้อมูลเช่น เลขจำนวนเต็ม(integer), เลขทศนิยม(float) และ ข้อความ(string) อยู่ภายในลิสต์เดียวกัน ดังนั้นรูปแบบของการเก็บข้อมูลนั้นจะต้องซับซ้อนขึ้นเพื่อรองรับการทำงานในลักษณะดังกล่าว ทำให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลในบางกรณีอาจจะลดลงมากจนสังเกตุเห็นได้ชัดเจน
ชุดข้อมูล [1, 2, 3] เป็นตัวอย่างของการใช้รูปแบบชุดข้อมูลชนิดลิสต์เพื่อสร้างชุดข้อมูลในรูปแบบชุดข้อมูลอาเรย์(array)ของ python ซึ่งได้มากจากการสร้างชุดข้อมูลชนิดลิสต์นั่นเอง
-
การสร้างชุดข้อมูลอาเรย์(array)
เราสามารถสร้างชุดข้อมูลอาเรย์โดยใช้รูปแบบเดียวกันกับการสร้างชุดข้อมูลชนิดลิสต์ โดยนำข้อมูลชนิดเดียวกันมาแยกแต่ละข้อมูลด้วยเครื่องหมาย “,” และข้อมูลทั้งหมดอยู่ภายในขอบเขตเครื่องหมาย “[]”
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียน print( scores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [80, 85, 75, 81, 90]
-
การเข้าถึงข้อมูลแต่ละตัวในอาเรย์(array)
เราสามารถจะเข้าถึงข้อมูลแต่ละตัวในชุดข้อมูลอาเรย์โดยอ้างถึงลำดับของข้อมูล แบบเดียวกันกับชุดข้อมูลชนิดลิสต์ ซึ่งทำการระบุลำดับของข้อมูลที่ต้องการเข้าถึงไว้ภายในเครื่องหมาย “[]”-
การเข้าถึงข้อมูลแต่ละตัวในอาเรย์(array)ด้วยลำดับข้อมูลซึ่งเป็นจำนวนเต็มบวก
ลำดับข้อมูลเป็นตำแหน่งที่ข้อมูลถูกบรรจุอยู่ในชุดข้อมูลอาเรย์ โดยใน python ลำดับข้อมูลนั้นจะเริ่มต้นที่ลำดับที่ 0
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียน จากลำดับของข้อมูลที่ระบุ print( scores[0] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # 80 # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียน จากลำดับของข้อมูลที่ระบุ print( scores[3] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # 81
-
การเข้าถึงข้อมูลแต่ละตัวในอาเรย์(array)ด้วยลำดับข้อมูล ซึ่งเป็นจำนวนเต็มลบ(negative indexing)
เราสามารถจะอ้างถึงลำดับของชุดข้อมูลในอาเรย์โดยใช้เลขจำนวนเต็มลบในรูปแบบเดียวกับที่ใช้ในชุดข้อมูลชนิดลิสต์ ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ไม่ค่อยมีในการใช้งานอาเรย์โดยทั่วไป หากเราอ้างถึงข้อมูลลำดับที่ -1 ก็หมายถึงเราอ้างถึงข้อมูลตัวสุดท้ายของชุดข้อมูลอาเรย์ หากอ้างถึงข้อมูลลำดับที่ -2 ก็หมายถึงเราอ้างถึงข้อมูลก่อนตัวสุดท้าย ตามลำดับ
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียน จากลำดับของข้อมูลที่ระบุ print( scores[-1] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # 90 # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียน จากลำดับของข้อมูลที่ระบุ print( scores[-2] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # 81
-
การเข้าถึงข้อมูลแต่ละตัวในอาเรย์(array)ด้วยลำดับข้อมูลซึ่งเป็นจำนวนเต็มบวก
-
การตรวจสอบจำนวนข้อมูลในอาเรย์(array)
เราสามารถทำการตรวจสอบจำนวนของข้อมูลที่มีอยู่ภายในชุดข้อมูลอาเรย์ ซึ่งใช้รูปแบบเดียวกับการหาจำนวนข้อมูลที่มีอยู่ในชุดข้อมูลชนิดลิสต์ โดยการใช้งานฟังก์ชัน len()
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการปรินต์ค่าข้อมูล จำนวนของข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียนที่ถูกเก็บในชุดข้อมูลอาเรย์ print( len(scores) ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # 5
-
การเพิ่มข้อมูลลงไปในชุดข้อมูลอาเรย์(array)
เราสามารถใช้ฟังก์ชัน append() ในการเพิ่มข้อมูลใหม่ลงไปในชุดข้อมูลอาเรย์ ซึ่งจะเพิ่มเข้าไปหลังข้อมูลลำดับสุดท้ายที่มีอยู่ในอาเรย์
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการเพิ่มข้อมูลลงไปในชุดข้อมูลอาเรย์ scores.append(65) # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียน print( scores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [80, 85, 75, 81, 90, 65]
-
การลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลอาเรย์(array)
เราสามารถลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลอาเรย์โดยใช้คีย์เวิร์ด del หรืออาจจะลบข้อมูลโดยใช้ฟังก์ชัน remove() และ pop() ในการลบข้อมูลออก-
การลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลอาเรย์(array) โดยใช้คีย์เวิร์ด del
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการลบข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียนในลำดับที่ระบุ ด้วยคีย์เวิร์ด del del scores[4] # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียน print( scores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [80, 85, 75, 81]
จากตัวอย่างข้างต้น เราใช้คีย์เวิร์ด del เพื่อทำการลบข้อมูลออกจากอาเรย์จากตำแหน่งของข้อมูลลำดับที่ 4 ซึ่งก็คือตัวเลข 90 ออกจากอาเรย์ ทำให้ข้อมูลในอาเร์เหลือเพียง [80, 85, 75, 81]
-
การลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลอาเรย์(array) โดยใช้ฟังก์ชัน remove()
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการลบข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียนที่มีค่าตามข้อมูลที่ระบุให้ฟังก์ชัน remove() scores.remove(85) # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียน print( scores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [80, 75, 81, 90]
จากตัวอย่างข้างต้น เราใช้ฟังก์ชัน remove() เพื่อทำการลบข้อมูลออกจากอาเรย์โดยลบเฉพาะข้อมูล 85 ออก ทำให้ข้อมูลในอาเรย์เหลือเพียง [80, 75, 81]
-
การลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลอาเรย์(array) โดยใช้ฟังก์ชัน pop()
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการลบข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียนตามตำแหน่งที่ระบุ และคืนค่าข้อมูลที่ตำแหน่งดังกล่าว # โดยใช้ฟังก์ชัน pop() pop_value = scores.pop(2) # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลคะแนนสอบที่ถูกลบออกจากอาเรย์ print(pop_value) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # 75 # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียน print( scores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [80, 85, 81, 90]
จากตัวอย่างข้างต้น เราใช้ฟังก์ชัน pop() เพื่อทำการลบข้อมูลออกจากอาเรย์โดยลบเฉพาะข้อมูลลำดับที่ 2 ออกและยังคืนค่าข้อมูลที่ทำการลบออกมาด้วย ทำให้ข้อมูลในอาเรย์เหลือเพียง [80, 85, 81, 90]
-
การลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลอาเรย์(array) โดยใช้คีย์เวิร์ด del
-
การเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในชุดข้อมูลอาเรย์(array)
เราสามารถทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในชุดข้อมูลอาเรย์ โดยอ้างถึงลำดับของข้อมูลที่ต้องการเปลี่ยนแปลง จากนั้นทำการหนดค่าใหม่ให้ข้อมูลที่ตำแหน่งดังกล่าว โดยใช้เครื่องหมาย “=” เช่นเดียวกับชุดข้อมูลชนิดลิสต์
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการแก้ไขข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียนในชุดข้อมูลอาเรย์ในตำแหน่งที่ระบุ # ด้วยค่าของข้อมูลที่อยู่ด้านขวาของเครื่องหมาย '=' scores[2] = 78 # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียน print( scores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [80, 85, 78, 81, 90]
จากตัวอย่างจะเห็นว่า ต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของคะแนนในลำดับที่ 2 คือ 75 โดยจะถูกแทนที่ด้วยข้อมูลใหม่คือ 78 ลงในชุดข้อมูลอาเรย์
-
การใช้เครื่องหมายดำเนินการเพื่อดำเนินการกับข้อมูลภายในชุดข้อมูลอาเรย์(array)
เราสามารถใช้เครื่องหมายดำเนินการเช่น “+”, “*” เพื่อทำการดำเนินการกับข้อมูลในชุดข้อมูลอาเรย์ เช่นเดียวกับการใช้เครื่องหมายดำเนินการกับชุดข้อมูลชนิดลิสต์ ดังนี้-
การใช้เครื่องหมายดำเนินการ ‘+’ เพื่อดำเนินการกับข้อมูลภายในชุดข้อมูลอาเรย์(array)
เครื่องหมาย “+” จะใช้ในการรวมข้อมูลจากอาเรย์ 2 ตัวให้เป็นอาเรย์ใหม่
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียนห้อง A class_a_scores = [80, 85, 75, 81, 90] # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียนห้อง B class_b_scores = [75, 80, 79, 85, 79] # ทำการรวบรวมคะแนนสอบของนักเรียนห้อง A และห้อง B ซึ่งเก็บข้อมูลในชุดข้อมูลอาเรย์ # ด้วยเครื่องหมายดำเนินการ '+' scores = class_a_scores + class_b_scores # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลคะแนนรวมจากการกลางภาคและปลายภาคของนักเรียนแต่ละคน print( scores ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [80, 85, 75, 81, 90, 75, 80, 79, 85, 79]
-
การใช้เครื่องหมายดำเนินการ ‘*’ เพื่อดำเนินการกับข้อมูลภายในชุดข้อมูลอาเรย์(array)
เครื่องหมาย “*” เพื่อจะคัดลอกข้อมูลเดิมซ้ำๆ หลายครั้ง
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรสำหรับเก็บข้อมูลข้อความในรูปแบบชุดข้อมูลอาเรย์ messages = ["hello"] # ทำการคัดลอกข้อมูลดังกล่าวซ้ำเป็นจำนวน 3 ข้อมูลด้วยเครื่องหมายดำเนินการ '*' messages = messages * 3 # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลข้อความที่ได้ทำการคัดลอกเรียบร้อยแล้ว print( messages ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # ["hello", "hello", "hello"]
-
การใช้เครื่องหมายดำเนินการ ‘+’ เพื่อดำเนินการกับข้อมูลภายในชุดข้อมูลอาเรย์(array)
-
การเข้าถึงข้อมูลในชุดข้อมูลอาเรย์(array) โดยระบุช่วงของข้อมูล
เราสามารถเข้าถึงข้อมูลในชุดข้อมูลอาเรย์โดยระบุเป็นช่วงของข้อมูลได้ โดยทำการระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของช่วงข้อมูล โดยใช้รูปแบบ [จุดเริ่มต้น:จุดสิ้นสุด] โดยจะดึงข้อมูลตั้งแต่ข้อมูลตัวที่ระบุในตำแหน่งเริ่ม ไปจนถึงข้อมูลก่อนตำแหน่งตำแหน่งสิ้นสุด(ไม่รวมข้อมูลในตำแหน่งสิ้นสุดที่ระบุ)เช่นเดียวกับการเข้าถึงข้อมูลโดยระบุช่วงจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์-
การเข้าถึงข้อมูลในชุดข้อมูลอาเรย์(array) โดยระบุช่วงของข้อมูล ทำการระบุทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
การเข้าถึงข้อมูลโดยการระบุทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดนี้ จะดึงข้อมูลตั้งแต่ข้อมูลตัวที่ระบุในตำแหน่งที่ระบุในจุดเริ่มต้น ไปจนถึงข้อมูลก่อนตำแหน่งที่ระบุในจุดสิ้นสุด(ไม่รวมข้อมูลในตำแหน่งที่ระบุในจุดสิ้นสุด)
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียนโดยทำการระบุช่วงของข้อมูล # โดยทำการระบุทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของข้อมูล และใช้ลำดับอ้างอิงเป็นจำนวนเต็มบวก print( scores[ 2:4 ] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [75, 81] # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียนโดยทำการระบุช่วงของข้อมูล # โดยทำการระบุทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของข้อมูล และใช้ลำดับอ้างอิงเป็นจำนวนเต็มลบ print( scores[ -3:-1 ] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [75, 81]
จากตัวอย่าง
scores[ 2:4 ] เราได้ทำการระบุขอบเขตของข้อมูลตำแหน่งของจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเป็น 2 และ 4 ดังนั้นข้อมูลสำหรับช่วงที่กำหนดก็จะเริ่มพิจารณาตั้งแต่ข้อมูลตำแหน่งที่ 2(รวมตำแหน่งที่สองด้วย) ไปจนถึงตำแหน่งที่ 4(โดยไม่รวมข้อมูลตำแหน่งนี้เข้าไป) ดังนั้นข้อมูลที่ได้คือข้อมูลตำแหน่งที่ 2 และ 3
scores[ -3:-1 ] เราได้ทำการระบุขอบเขตของข้อมูลตำแหน่งของจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเป็น -3 และ 1 โดยเริ่มพิจารณาตั้งแต่ข้อมูลตำแหน่งที่ -3(ซึ่งก็คือตัวที่สามนับจากตัวสุดท้าย) ไปจนถึงตำแหน่งที่ -1(คือข้อมูลตัวสุดท้าย) โดยไม่รวมข้อมูลตัวสุดท้ายนี้เข้าไปด้วย ดังนั้นข้อมูลที่ได้คือ ข้อมูลตำแหน่งที่ 2 และ 3 -
การเข้าถึงข้อมูลในชุดข้อมูลอาเรย์(array)โดยระบุช่วงของข้อมูล ระบุเพียงจุดเริ่มต้น
การเข้าถึงข้อมูลโดยการระบุเพียงจุดเริ่มต้นนี้ จะดึงข้อมูลตั้งแต่ข้อมูลตัวที่ระบุในจุดเริ่มต้น ไปจนถึงข้อมูลตัวสุดท้ายของอาเรย์
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียนโดยทำการระบุช่วงของข้อมูล # โดยทำการระบุเพียงจุดเริ่มต้นของข้อมูล print( scores[ -2: ] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [81, 90]
จากตัวอย่าง เราทำการระบุเฉพาะตำแหน่งเริ่มต้นของขอบเขตข้อมูลเท่านั้น ซึ่งจะทำการพิจารณา ข้อมูลตั้งแต่ตำแหน่งที่ระบุในจุดเริ่มต้น(รวมข้อมูลตำแหน่งเริ่มต้นด้วย) ไปจนถึงข้อมูลตัวสุดท้ายของอาเรย์ ดังนั้นข้อมูลที่ได้คือข้อมูลตำแหน่งที 3 และ 4
-
การเข้าถึงข้อมูลในชุดข้อมูลอาเรย์(array)โดยระบุช่วงของข้อมูล ระบุเพียงจุดสิ้นสุด
การเข้าถึงข้อมูลโดยการระบุเพียงจุดสิ้นสุดนี้ จะดึงข้อมูลตั้งแต่ข้อมูลตัวแรกของอาเรย์ไปจนถึงข้อมูลก่อนตำแหน่งที่ระบุในจุดสิ้นสุด(ไม่รวมข้อมูลในตำแหน่งที่ระบุในจุดสิ้นสุด)
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียนโดยทำการระบุช่วงของข้อมูล # โดยทำการระบุเพียงจุดสิ้นสุดของข้อมูล print( scores[ :2 ] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [80, 85]
จากตัวอย่าง
scores[ :2 ] เราทำการระบุเฉพาะตำแหน่งการสิ้นสุดของขอบเขตข้อมูลเท่านั้น ซึ่งจะทำการพิจารณา ข้อมูลตั้งแต่ตำแหน่งแรกจนถึงตำแหน่งสิ้นสุดที่ระบุ(โดยไม่รวมข้อมูลที่ตำแหน่งสิ้นสุด) ดังนั้นข้อมูลที่ได้คือข้อมูลตำแหน่งที่ 0, 1 -
การเข้าถึงข้อมูลในชุดข้อมูลอาเรย์โดยระบุช่วงของข้อมูล ไม่ทำการระบุทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ระบุทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดนี้ จะดึงข้อมูลตั้งแต่ข้อมูลตัวแรกของอาเรย์ไปจนถึงข้อมูลตัวสุดท้ายของอาเรย์
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์ด้วยรูปแบบข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดลิสต์ # เพื่อทำการเก็บคะแนนสอบของนักเรียน scores = [80, 85, 75, 81, 90] # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลคะแนนสอบของนักเรียนโดยทำการระบุช่วงของข้อมูล # โดยไม่ทำการระบุทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของข้อมูล print( scores[:] ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # [80, 85, 75, 81, 90]
จากตัวอย่าง เราไม่ได้ทำการระบุตำแหน่งเริ่มต้นและสิ้นสุดของข้อมูล ซึ่งจะทำการดึงข้อมูลตั้งแต่ข้อมูลตัวแรกไปจนถึงตัวสุดท้ายจากชุดข้อมูลอาเรย์
-
การเข้าถึงข้อมูลในชุดข้อมูลอาเรย์(array) โดยระบุช่วงของข้อมูล ทำการระบุทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
-
ฟังก์ชันที่สามารถใช้งานของอาเรย์(เช่นเดียวกับชุดข้อมูลชนิดลิสต์)
ฟังก์ชัน รายละเอียด append() เพิ่มข้อมูลเข้าไปต่อจากตำแหน่งสุดท้ายของชุดข้อมูล extend() ขยาย(extend)ข้อมูลทุกตัวในอาเรย์ไปไว้ยังอาเรย์อื่น insert() เพิ่มข้อมูลเข้าไปตรงตำแหน่งที่ระบุของชุดข้อมูล remove() ลบข้อมูลที่ระบุออกจากอาเรย์ pop() ลบข้อมูลและคืนค่าข้อมูลดังกล่าวจากตำแหน่งของข้อมูลที่ระบุในอาเรย์ clear() ลบข้อมูลทุกตัวออกจากอาเรย์ index() คืนค่าของตำแหน่งแรกที่พบข้อมูลที่ระบุ count() นับจำนวนของข้อมูลทั้งหมดจากตัวแปรที่ส่งเข้าไป sort() เรียงลำดับข้อมูลในชุดข้อมูล(ค่าตั้งต้นคือเรียงจากน้อยไปหามาก) reverse() สลับลำดับของการเรียงข้อมูลจากหน้าไปหลัง copy() คืนค่าลิสต์ใหม่ซึ่งคัดลอกมาจากข้อมูลในอาเรย์เดิม -
การสร้างอาเรย์หลายมิติ(multidimensional arrays)
อาเรย์หลายมิติก็คือ การมีข้อมูลอาเรย์ซ้อนอยู่ภายในข้อมูลอาเรย์อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีอาเรย์ย่อยๆ เป็นส่วนประกอบภายในการสร้างอาเรย์หลายมิติ
ตัวอย่างการใช้งาน# -*- coding: utf-8 -*- # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดอาเรย์หลายมิติด้วยรูปแบบข้อมูลจาก # ชุดข้อมูลชนิดลิสต์ซ้อนในชุดข้อมูลชนิดลิสต์อีกชั้นหนึ่ง เพื่อทำการเก็บข้อมูลพิกัดของตำแหน่ง coordinates = [[110, 152], [80, 60], [111, 17] ] # ทำการเข้าถึงข้อมูลในอาเรย์หลายมิติเพื่อเข้าถึงข้อมูลลำดับที่ 0 จากชุดข้อมูลอาเรย์ position1 = coordinates[0] # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลพิกัดของตำแหน่ง print("Position1: {}".format(position1)) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # Position1: [110, 152] # ทำการเข้าถึงข้อมูลในอาเรย์หลายมิติเพื่อเข้าถึงข้อมูลลำดับที่ 1 จากชุดข้อมูลอาเรย์ position2 = coordinates[1] # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลพิกัดของตำแหน่ง print("Position2: {}".format(position2) ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # Position2: [80, 60] # ทำการเข้าถึงข้อมูลในอาเรย์หลายมิติเพื่อเข้าถึงข้อมูลลำดับที่ 2 จากชุดข้อมูลอาเรย์ position3 = coordinates[2] # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลพิกัดของตำแหน่ง print("Position3: {}".format(position3)) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # Position3: [111, 17] # ทำการเข้าถึงข้อมูลในอาเรย์หลายมิติเพื่อเข้าถึงข้อมูลลำดับย่อย จากชุดข้อมูลอาเรย์ position3_x = coordinates[2][0] position3_y = coordinates[2][1] # ทำการปรินต์ค่าข้อมูลพิกัดของตำแหน่ง print("Position3: x={}, y={}".format (position3_x, position3_y) ) # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า # Position3: x=111, y=17
