September 24, 2025

Agriculture

1. ทำความรู้จักกับผักอินทรีย์และผักไฮโดรโปนิกส์

ตั้งแต่ช่วงโควิด 19 ปี 2019 เป็นต้นมาได้มีโอกาสเริ่มทดลองปลูกผักสลัดและผักสวนครัว แต่ในหน้านี้จะขอพูดเกี่ยวกับผักสลัดซึ่งเป็นผักยอดฮิตที่คนนิยมปลูกเป็นส่วนใหญ่นะ ตอนแรกที่บ้านเริ่มจะทดลองปลูกแบบอินทรีย์(หรือบางคนเรียกว่าผักออแกนิค)และในระยะหลังก็มีโอกาสได้มาทดลองปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ตั้งแต่ช่วงปี 2025 ความตั้งใจของที่บ้านคือพยายามหาวิธีปลูกผักปลอดสาร, ปลูกผักสลัดอินทรีย์ ที่คนปลูกก็ปลอดภัย คนได้ทานผักก็ปลอดภัย ขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้เรียนจบอะไรที่เกี่ยวกับด้านเกษตรมาเลย สิ่งที่ถนัดก็น่าจะเป็นเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์, ว่างๆ ก็ถักตุ๊กตา, ทำขนม หรืออ่านหนังสือ ความรู้ด้านเกษตรก่อนปี 2019 นี่น้อยนิดมาก แต่พอได้มาเริ่มปลูกผักก็ชอบสังเกตุความเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่ชอบมากที่สุดของการปลูกผักคือ คอยดูต้นผักค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปและเจริญเติบโต จนไปถึงออกดอก ออกผล หรือผักโตเต็มที่จนเก็บเกี่ยวได้ และที่สำคัญได้ทำความเข้าใจธรรมชาติได้มากขึ้น แปลงปลูกผักที่บ้านอยู่ภาคใต้ซึ่งเอาจริงๆ ฝนตกอยู่ครึ่งปี ฟ้าก็ครึ้มอยู่แบบนั้นแหละ ไม่ค่อยมีแดดเพียงพอ ซึ่งแดดเป็นปัจจัยสำคัญของการสังเคราะห์แสงเพื่อการเจริญเติบโตของผัก ทำให้ผลผลิตออกมาในช่วงหน้าฝนไม่ค่อยดีนัก คนปลูกก็ทำอะไรไม่ได้สิ่งที่ทำได้คือทำใจ และพยายามช่วยเหลือในปัจจัยอื่นให้ผักโตมาได้ดีที่สุดตามปัจจัยที่ทำได้ ดังนั้นสิ่งที่จะบอกเล่าก็ถือเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจมา เพราะไม่ได้มีพื้นฐานมาก่อนและถ้าผิดพลาดก็ขอให้ช่วยแนะนำเพื่อไปปรับแก้ได้นะ

ผักอินทรีย์หรือผักออแกนิค: ก็คือผลผลิตทางการเกษตรที่ทั้งกระบวนการใช้อาศัยวัสดุที่ได้จากธรรมชาติมาใช้ในทุกกระบวนการในการดูแลและบำรุงผัก ตัวอย่างขั้นตอนต่างๆ ตัวอย่างเช่น

  • ใช้ดินหมักจากอินทรีย์วัตถุต่างๆ เพื่อลงปลูกผักและให้รากพืชได้ยืดเกาะหาอาหารจากในดินมาบำรุงลำต้นและใบ
  • ใช้มูลสัตว์บำรุงต้นพืช เช่น มูลวัว มีไนโตรเจนและโพแทสเซียมสูง เหมาะสำหรับใช้บำรุงราก, ลำต้นและใบ, มูลหมูมีฟอสฟอรัสสูงเหมาะสำหรับช่วงที่พืชติดดอกและติดผล
  • ใช้ฮอร์โมนที่ผลิตจากอินทรีย์วัตถุมาฉีดพ่นทางใบเพื่อบำรุงต้นพืช เช่น ฮอร์โมนนมฉีดพ่นทางใบเพื่อบำรุงใบ, ฮอร์โมนไข่ฉีดพ่นทางใบเพื่อบำรุงในช่วงไม้ผลออกดอกและติดผล, น้ำหมักปลาฉีดพ่นทางใบเพื่อบำรุงลำต้นและใบ และยังมีน้ำหมักอีกหลายชนิดที่เหมาะสมกับพืชและระยะของพืชที่ปลูก
  • ใช้สารชีวภัณฑ์ที่ผลิตจากอินทรีย์วัตถุเพื่อมาดูแลแมลงและศัตรูพืช เช่น ในผักสลัดก็มีการคิดค้นสารชีวภัณฑ์สำหรับดูแลเรื่องแมลงและศัตรูพืชที่ผลิตจากเชื้อราหรือแบคทีเรียที่เป็นปฏิปักษ์กับศัตรูพืชชนิดนั้น มีการใช้บีทีช่วยในการดูแลกำจัดแมลงศัตรูพืช, บีเอสช่วยดูแลเรื่องเชื้อราบางชนิด, ไตรโคเดอร์มาดูแลปัญหาเชื้อราในดินหรือเชื้อราที่เกิดกับรากต้นผัก ชีวภัณฑ์ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นก็ดีในระดับหนึ่งแต่จะไม่รวดเร็วทันใจเหมือนกันใช้สารเคมี เพราะฉะนั้นการดูแลพืขด้วยชีวภัณฑ์จะต้องดูแลเยอะหน่อย และชีวภัณฑ์ส่วนใหญ่มักจะทำงานในทางป้องกันไม่ให้เกิดโรคพืชเสียมากกว่าจึงจำเป็นต้องใช้ต่อเนื่องเพื่อดูแลก่อนเกิดปัญหา จะมีก็แต่พวกชีวภัณฑ์ที่จัดการเรื่องแมลงที่จำเป็นต้องให้มีศัตรูพืชมาอยู่ก่อนจึงค่อยทำการฉีดพ่นชีวภัณฑ์ใส่ เพื่อให้เชื้อราหรือแบคทีเรียเข้าไปจัดการกับศัตรูพืชชนิดนั้นๆ

ผักไฮโดรโปนิกส์: ผักไฮโดรโปนิกส์เป็นวิธีการปลูกผักโดยไม่ใช้ดินวิธีหนึ่ง โดยจะอาศัยน้ำปุ๋ย(ซึ่งมีการผสมธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืชเอาไว้) ต้นของพืชจะอยู่ด้านบนเหมือนพืชทั่วไป ส่วนรากของพืชจะมีหน้าที่สัมผัสกับน้ำปุ๋ย ให้รากดูดเอาน้ำและสารอาหารที่จำเป็นมาใช้เลี้ยงลำต้นด้านบน การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์นั้นมีเทคนิคการปลูกย่อยๆ อีกหลายวิธี แต่ concept หลักๆ ก็คือรากพืชได้สัมผัสกับน้ำปุ๋ย โดยอาจจะต่างกันเช่น ปลูกในน้ำนิ่ง, ปลูกแบบน้ำหมุนวนในระบบตลอดเวลา, หรือปลูกแบบรากไม่ได้แช่อยู่ในน้ำปุ๋ยแต่ใช้การฉีดพ่นน้ำปุ๋ยไปที่รากอย่างสม่ำเสมอแทน (สามารถไปลองหาอ่านดูได้ ตรงหัวข้อ technique หรือจะ search ดูใน google ในส่วนของ Hydroponic technique)

หรือจะเป็นตัวอย่าง diagram แสดงความแตกต่างทางเทคนิคของไฮโดรโปนิกส์แบบต่างๆ ที่สามารถเลือกเซตระบบได้ตามความเหมาะสมของสถานที่, วิธีการทำงาน หรือปัจจัยอื่นๆ ที่คนปลูกคำนึงถึง

ที่มาของรูป diagram มาจากเวปนี้ https://nosoilsolutions.com/6-different-types-hydroponic-systems/

ตอนนี้แปลงที่บ้านได้ทดลองปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ 2 แบบ คือ

    1. แบบระบบน้ำไหลวนตลอดเวลา(nutrient film technique) ระบบนี้จะเป็นระบบที่ต้องใช้ปั๊มน้ำเพื่อวนน้ำในระบบให้หมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา แต่รากต้นพืชจะจุ่มอยู่ในน้ำที่เป็นชั้นบางๆ อาศัยการหมุนเวียนน้ำตลอดเวลาเพื่อนำน้ำที่มีสารอาหารที่พืชต้องการวนมาให้รากดึงไปใช้
    2. แบบระบบน้ำลึก(deep water culture) จะเป็นระบบน้ำนิ่งและรากต้นพืชจุ่มในน้ำลึก เพื่อให้รากได้เจริญเติบโตและรับสารอาหารได้เต็มที่ (ที่แปลงจะใช้เป็นลังโฟม)

การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่แปลงที่บ้านจะมีแค่ส่วนของน้ำปุ๋ยที่ไม่ใช่เป็นอินทรีย์วัตถุ แต่ในส่วนของการบำรุงต้นผักและดูแลแมลงหรือโรคพืช จะใช้ทุกอย่างแบบเดียวกับการปลูกผักอินทรีย์ จึงจะเรียกได้แค่ว่าเป็นผักปลอดสาร แต่ก็ทำด้วยความตั้งใจที่อยากให้ทั้งคนปลูกและคนทานผักได้รับผักที่ปลอดภัย และยังอยากศึกษาถึงขั้นตอน ความแตกต่างของผลผลิต เพื่อเอาไปปรับปรุงในการปลูกผักอินทรีย์ด้วย

ในส่วนถัดจากนี้จะรวมรวมวิธีการปลูก, ข้อแตกต่าง, ปัญหาที่พบเจอ ไปถึงไอเดียในการแก้ไขเพื่อปรับปรุง เดี๋ยวจะค่อยๆ ทยอยมาอัพเดทเป็นหัวข้อๆ ไปนะคะ

2. เริ่มลงมือปลูกผัก

ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์

  1. วันที่ 1 และ 2 : ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) – เริ่มต้นเพาะเมล็ดผักสลัด
  2. วันที่ 3 :
    ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) – ย้ายเมล็ดผักที่ได้งอกรากแล้วลงฟองน้ำ
  3. วันที่ 5 : นำกล้าผักที่เริ่มมีใบเลี้ยงออกรับแดด
  4. วันที่ 8 : ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) : เติมน้ำปุ๋ยให้กับต้นกล้าผักสลัด
  5. วันที่ 13 : ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์(Hydroponic lettuce) : หลังจากใส่น้ำปุ๋ยต้นกล้าผักสลัดจะค่อยโตขึ้น

ปลูกผักสลัดอินทรีย์