Python – Dictionary

og:image

Python – Dictionary

  1. การเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี

    การเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี(Dictionary) เป็นการเก็บชุดข้อมูลในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งข้อมูลภายในชุดข้อมูลไม่มีการเรียงลำดับ จะมีความแตกต่างจากรูปแบบการเก็บชุดข้อมูลแบบอื่นๆ โดยการเก็บข้อมูลแบบอื่นเช่นลิสต์(list), เซต(set) นั้น เราจะทำเพียงเก็บค่าของข้อมูลนั้นๆ เอาไว้เช่น ลิสต์ของข้อมูลอุณหภูมิ, เซตของข้อมูลชื่อผลไม้ แต่สำหรับชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี่ ข้อมูลหนึ่งนั้นจะประกอบไปด้วยชื่อข้อมูล(key)ไว้สำหรับอ้างอิงข้อมูล และ ค่าของข้อมูล(value) ถูกเก็บอยู่ด้วยกัน

    เนื่องการเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี(Dictionary) ในข้อมูลแต่ละตัวจะมีทั้งชื่อข้อมูล(key)และค่าของข้อมูล(value) ทำให้ชนิดข้อมูลชนิดนี้มีคุณสมบัติที่ทำให้สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการโดยอ้างถึงจากชื่อข้อมูล(key)นั้นได้ด้วย

    ตัวอย่างข้อมูล เป็นชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีสำหรับเก็บข้อมูลหนังสือเล่มหนึ่ง โดยเมื่อทำการออกแบบระบบสำหรับเก็บข้อมูลและทำการระบุคุณลักษณะข้อมูล จะได้รูปแบบข้อมูลหนังสือแต่ละเล่มมีคุณลักษณะดังนี้:

    heidi
    • ชื่อหนังสือ(name)
    • เลข isbn(isbn)
    • ชื่อผู้แต่ง(author)
    • ชื่อผู้วาดภาพประกอบ(illustrator)
    • ชื่อผู้แปล(translator)
    • น้ำหนัก(weight)
    • ขนาด(size)
    • สำนักพิมพ์(publisher)
    • วันที่จัดพิมพ์(publish_date)
    • จำนวนหน้า(pages)
    • ประเภทหนังสือ(category)
    • ราคา(price)

    ซึ่งเมื่อต้องการสร้างชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีเพื่อระบุข้อมูลของหนังสือเล่มหนึ่ง จะได้เป็นรูปแบบของชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีดังนี้

    # -*- coding: utf-8 -*-
    import json
    
    # สร้างฟังก์ชันสำหรับปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
    def print_dictionary(data):
    	# ทำการปรินต์ค่า ชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยอาศัยฟังก์ชัน json.dumps() เพื่อให้สามารถ
    	# ปรินท์ค่าข้อความออกมาเป็นภาษาไทยแทนการใช้สัญลักษณ์ ascii ภายใน  console
    	print( json.dumps( data, indent=4, ensure_ascii=False ))
    
    # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียดของหนังสือเล่มหนึ่ง
    book_detail = { "name": "ไฮดี้(Heidi)",
                    "isbn": 9786160436651,
                    "author": "Johanna Spyri",
                    "translator": "วันเพ็ญ บงกชสถิตย์",
                    "illustrator": "พิมพ์ศศิธร ออสติ",
                    "weight": "0.201 KG",
                    "size": "12.7 × 18.4 × 1.45",
                    "publisher": "นานมีบุ๊คส์",
                    "publish_year": 2561,
                    "pages": 266,
                    "category": ["วรรณกรรม", "วรรณกรรมเยาวชน"],
                    "price": 220
    }
    
    # ทำการตรวจสอบชนิดของข้อมูลที่เก็บไว้ในตัวแปร
    print( type(book_detail) )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # <type 'dict'>
    
    # ทำการปรินต์ค่า ชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
    print_dictionary( book_detail )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # {
    #     "isbn": 9786160436651, 
    #     "weight": "0.201 KG", 
    #     "price": 220, 
    #     "translator": "วันเพ็ญ บงกชสถิตย์", 
    #     "pages": 266, 
    #     "size": "12.7 × 18.4 × 1.45", 
    #     "category": [
    #         "วรรณกรรม", 
    #         "วรรณกรรมเยาวชน"
    #     ], 
    #     "publisher": "นานมีบุ๊คส์", 
    #     "illustrator": "พิมพ์ศศิธร ออสติ", 
    #     "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
    #     "author": "Johanna Spyri", 
    #     "publish_year": 2561
    # }
    
    

    จากตัวอย่าง ได้ทำการกำหนดตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลของหนังสือหนึ่งเล่ม โดยชุดข้อมูลดังกล่าวจะประกอบด้วยข้อมูลย่อยแต่ละตัวที่เป็นคุณลักษณะของหนังสือเล่มดังกล่าว แต่ละคุณลักษณะทุกตัวก็จะประกอบด้วย ชื่อข้อมูล(key)และค่าข้อมูล(value) โดยสำหรับข้อมูลของหนังสือเล่มนี้ หากแจงแจงข้อมูลออกมาในรูปแบบตารางของข้อมูล จะประกอบด้วยชุดของข้อมูลของ ชื่อข้อมูล(key) และ ค่าข้อมูล(value) ดังนี้:

    ชื่อข้อมูล(key) ค่าข้อมูล(value)
    ชื่อหนังสือ(“name”) ไฮดี้(Heidi)
    เลขอ้างอิงหนังสือ(“isbn”) 9786160436651
    ชื่อผู้แต่ง(“author”) Johanna Spyri
    ผู้แปล(“translator”) วันเพ็ญ บงกชสถิตย์
    ภาพประกอบ(“illustrator”) พิมพ์ศศิธร ออสติ
    น้ำหนัก(“weight”) 0.201 KG
    ขนาด(“size”) 12.7 × 18.4 × 1.45
    สำนักพิมพ์(“publisher”) นานมีบุ๊คส์
    ปีที่พิมพ์(“publish_year”) 2561
    จำนวนหน้า(“pages”) 266
    ประเภทของหนังสือ(“category”) วรรณกรรม, วรรณกรรมเยาวชน
    ราคา(“price”) 220
  2. วิธีการสร้างชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี

    การสร้างชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี(dictionary)นั้น จะนำชุดข้อมูลทั้งหมดบรรจุอยู่ภายในเครื่องหมาย “{}” และคั่นข้อมูลแต่ละตัวด้วยเครื่องหมาย “,” โดยข้อมูลแต่ละตัวจะประกอบด้วย ชื่อข้อมูล(key)และค่าของข้อมูล(value) ซึ่งจะคั่นข้อมูลดังกล่าวไว้ด้วยเครื่องหมาย “:” ในรูปแบบ
    { <key>:<value>, <key>:<value> }

    เราสามารถที่จะใช้ชื่อข้อมูล(key) เพื่อทำการอ้างอิงในการเรียกดูค่าข้อมูล(value) และทำการเปลี่ยนแปลงค่าข้อมูลนั้นๆ ได้อีกด้วย

    สำหรับการกำหนดค่าของข้อมูลนั้น ตัวค่าข้อมูล(value)สามารถเป็นข้อมูลชนิดใดก็ได้ แต่สำหรับชื่อข้อมูล(key)นั้น จะต้องเป็นข้อมูลประเภทที่แก้ไข้ข้อมูลไม่ได้(immutable) อย่างเช่น ข้อความ(string), ตัวเลข(number), tuple หรือ frozenset ที่กล่าวถึงในบทที่แล้ว เท่านั้น

    สำหรับชื่อข้อมูล(key) ที่ใช้ภายในชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีตัวเดียวกัน จะต้องเป็นข้อมูลที่ไม่ซ้ำกันระหว่างข้อมูลแต่ละตัวด้วย

    ตัวอย่างการใช้งาน

    # -*- coding: utf-8 -*-
    import json
    
    # สร้างฟังก์ชันสำหรับปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
    def print_dictionary(data):
    	# ทำการปรินต์ค่า ชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยอาศัยฟังก์ชัน json.dumps() เพื่อให้สามารถ
    	# ปรินท์ค่าข้อความออกมาเป็นภาษาไทยแทนการใช้สัญลักษณ์ ascii ภายใน  console
    	print( json.dumps( data, indent=4, ensure_ascii=False ) )
    
    # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
    # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยยังไม่ทำการระบุข้อมูลใดลงไป
    book_detail = {}
    print_dictionary(book_detail)
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # {}
    
    # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
    # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
    # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price)
    book_detail = { 
                    "name": "ไฮดี้(Heidi)",
                    "isbn": 9786160436651,
                    "author": "Johanna Spyri", 
                    "price": 220
                  }
    # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
    print_dictionary(book_detail)
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # {
    #     "price": 220, 
    #     "isbn": 9786160436651, 
    #     "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
    #     "author": "Johanna Spyri"
    # }
    
    # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
    # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
    # ชื่อผู้แต่ง(author), ประเภทหนังสือ(category)
    book_detail = {
                    "name": "ไฮดี้(Heidi)",
                    "isbn": 9786160436651,
                    "author": "Johanna Spyri",
                    "category": ["วรรณกรรม", "วรรณกรรมเยาวชน"] 
                  }
    # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
    print_dictionary( book_detail )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # {
    #     "category": [
    #         "วรรณกรรม", 
    #         "วรรณกรรมเยาวชน"
    #     ], 
    #     "isbn": 9786160436651, 
    #     "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
    #     "author": "Johanna Spyri"
    # }
    
    
    # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
    # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
    # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price)
    book_detail = dict({
                         "name": "ไฮดี้(Heidi)",
                         "isbn": 9786160436651,
                         "author": "Johanna Spyri",
                         "price": 220 
                    })
    # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
    print_dictionary( book_detail )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # {
    #     "price": 220, 
    #     "isbn": 9786160436651, 
    #     "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
    #     "author": "Johanna Spyri"
    # }
    
    # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
    # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
    # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price)
    book_detail = dict([ 
                         ("name", "ไฮดี้(Heidi)"), 
                         ("isbn", 9786160436651), 
                         ("author", "Johanna Spyri"),
                         ("price", 220)
                      ])
    # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
    print_dictionary( book_detail )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # {
    #     "price": 220, 
    #     "isbn": 9786160436651, 
    #     "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
    #     "author": "Johanna Spyri"
    # }
    
    
    
  3. การเข้าถึงข้อมูลในชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี

    การเข้าถึงข้อมูลในชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีนั้น จะใช้การอ้างถึงจากชื่อข้อมูล(key) ของข้อมูลแต่ละตัว โดยอาจจะอ้างถึงข้อมูลดังกล่าวผ่านทางเครื่องหมาย “[]” หรือผ่านฟังก์ชัน get()

    • การเข้าถึงชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้เครื่องหมาย “[]”
      เราสามารถเข้าถึงข้อมูลโดยการระบุชื่อข้อมูล(key) โดยใช้เครื่องหมาย “[]” แต่หากชื่อข้อมูลดังกล่าวไม่มีอยู่ในชุดข้อมูล โปรแกรมจะเกิดข้อผิดพลาด KeyError เราจึงควรทราบชื่อข้อมูลที่มีอยู่ในชุดข้อมูลก่อนใช้เครื่องหมายดังกล่าว
      ตัวอย่างการใช้งาน

      # -*- coding: utf-8 -*-
      import json
      
      # สร้างฟังก์ชันสำหรับปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
      def print_dictionary(data):
      	# ทำการปรินต์ค่า ชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยอาศัยฟังก์ชัน json.dumps() เพื่อให้สามารถ
      	# ปรินท์ค่าข้อความออกมาเป็นภาษาไทยแทนการใช้สัญลักษณ์ ascii ภายใน  console
      	print( json.dumps( data, indent=4, ensure_ascii=False ) )
      
      # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
      # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
      # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price)
      book_detail = { "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
                      "isbn": 9786160436651, 
                      "author": "Johanna Spyri",
                      "price": 220 }
      
      # การเข้าถึงข้อมูลโดยอ้างอิงจากชื่อของข้อมูล(key) โดยใช้เครื่องหมาย "[]"
      print( book_detail['name'] )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # ไฮดี้(Heidi)
      
      # การเข้าถึงข้อมูลโดยอ้างอิงจากชื่อของข้อมูล(key) โดยใช้เครื่องหมาย "[]" 
      print( book_detail['pages'] )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # KeyError: 'pages'
      
      
    • การเข้าถึงชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน get()
      เราสามารถเข้าถึงข้อมูลโดยการระบุชื่อข้อมูล(key) โดยใช้ฟังก์ชัน get() แต่หากชื่อข้อมูลดังกล่าวไม่มีอยู่ในชุดข้อมูล โปรแกรมจะคืนค่า None โดยไม่เกิดข้อผิดพลาดในระบบ
      ตัวอย่างการใช้งาน

      # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
      # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
      # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price)
      book_detail = { 
                           "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
                           "isbn": 9786160436651, 
                           "author": "Johanna Spyri",
                           "price": 220 }
      
      # การเข้าถึงข้อมูลโดยอ้างอิงจากชื่อของข้อมูล(key) โดยใช้ฟังก์ชัน get()
      print( book_detail.get('name') )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # ไฮดี้(Heidi)
      
      # การเข้าถึงข้อมูลโดยอ้างอิงจากชื่อของข้อมูล(key) โดยใช้ฟังก์ชัน get()
      print( book_detail.get('pages') )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # None
      
      
  4. การเปลี่ยนแปลงชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี

    ชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีนั้น เป็นข้อมูลที่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้(mutable) โดยเราสามารถที่จะ เพิ่ม/แก้ไข ข้อมูลใหม่ลงไปให้กับชุดข้อมูล โดยทำการระบุชื่อข้อมูล(key)แล้วทำการกำหนดค่าโดยใช้เครื่องหมาย “=” หากภายในชุดข้อมูลดังกล่าวมีชื่อข้อมูล(key)ที่ระบุอยู่แล้ว ค่าข้อมูลที่ถูกอ้างอิงจากชื่อข้อมูลดังกล่าวจะถูกแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่ แต่ถ้าชื่อข้อมูล(key)ดังกล่าวยังไม่มีอยู่ในชุดข้อมูลเดิมเลย ข้อมูลใหม่ซึ่งประกอบด้วย ชื่อข้อมูล(key)และค่าข้อมูล(value) ก็จะถูกเพิ่มเข้าไปในชุดข้อมูลนั้น

    • การเพิ่มข้อมูลให้กับชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
      ชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีนั้น เป็นข้อมูลที่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้(mutable) โดยเราสามารถที่จะ เพิ่มข้อมูลใหม่ลงไปให้กับชุดข้อมูล โดยทำการระบุชื่อข้อมูล(key)แล้วทำการกำหนดค่าโดยใช้เครื่องหมาย “=” หากชื่อข้อมูล(key)ดังกล่าวยังไม่มีอยู่ในชุดข้อมูลเดิมเลย ข้อมูลใหม่ซึ่งประกอบด้วย ชื่อข้อมูล(key)และค่าข้อมูล(value) ก็จะถูกเพิ่มเข้าไปในชุดข้อมูลนั้น
      ตัวอย่างการใช้งาน

      # -*- coding: utf-8 -*-
      import json
      
      # สร้างฟังก์ชันสำหรับปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
      def print_dictionary(data):
      	# ทำการปรินต์ค่า ชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยอาศัยฟังก์ชัน json.dumps() เพื่อให้สามารถ
      	# ปรินท์ค่าข้อความออกมาเป็นภาษาไทยแทนการใช้สัญลักษณ์ ascii ภายใน  console
      	print( json.dumps( data, indent=4, ensure_ascii=False ) )
      
      # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
      # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
      # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price)
      book_detail = { "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
                      "isbn": 9786160436651, 
                      "author": "Johanna Spyri",
                      "price": 220 }
      
      # ทำการเพิ่มข้อมูลใหม่ ซึ่งเป็นข้อมูลระบุจำนวนหน้าของหนังสือ ให้กับชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี 
      book_detail['pages'] = 266
      # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
      print_dictionary( book_detail )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # {
      #     "pages": 266, 
      #     "price": 220, 
      #     "isbn": 9786160436651, 
      #     "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
      #     "author": "Johanna Spyri"
      # }
      
      # ทำการเพิ่มข้อมูลใหม่ ซึ่งเป็นข้อมูลระบุประเภทของหนังสือ ให้กับชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี 
      book_detail['category'] = ["วรรณกรรม"]
      
      # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
      print_dictionary( book_detail )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # {
      #     "category": [
      #         "วรรณกรรม"
      #     ], 
      #     "isbn": 9786160436651, 
      #     "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
      #     "author": "Johanna Spyri", 
      #     "price": 220, 
      #     "pages": 266
      # }
      
      
    • การแก้ไขข้อมูลให้กับชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
      ข้อมูลประเภทดิกชันนารีนั้นเป็นข้อมูลที่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้(mutable) โดยเราสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลเดิม โดยใช้เครื่องหมาย “=” ซึ่งหากในชุดข้อมูลนั้นมีชื่อข้อมูลที่ระบุอยู่แล้ว ค่าของข้อมูลดังกล่าวจะถูกแก้ไขเป็นข้อมูลใหม่
      ตัวอย่างการใช้งาน

      # -*- coding: utf-8 -*-
      import json
      
      # สร้างฟังก์ชันสำหรับปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
      def print_dictionary(data):
      	# ทำการปรินต์ค่า ชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยอาศัยฟังก์ชัน json.dumps() เพื่อให้สามารถ
      	# ปรินท์ค่าข้อความออกมาเป็นภาษาไทยแทนการใช้สัญลักษณ์ ascii ภายใน  console
      	print( json.dumps( data, indent=4, ensure_ascii=False ) )
      
      # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
      # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
      # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price), ประเภทของหนังสือ(category)
      book_detail = { "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
                      "isbn": 9786160436651, 
                      "author": "Johanna Spyri", 
                      "pages": 266,
                      "price": 220, 
                      "category": ["วรรณกรรม"] }
      
      # ทำการแก้ไขข้อมูลซึ่งเป็นข้อมูลที่ระบุประเภทของหนังสือ ให้กับชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี 
      book_detail['category'] = ["วรรณกรรม", "วรรณกรรมเยาวชน"]
      
      # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
      print_dictionary( book_detail )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # {
      #     "category": [
      #         "วรรณกรรม", 
      #         "วรรณกรรมเยาวชน"
      #     ], 
      #     "isbn": 9786160436651, 
      #     "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
      #     "author": "Johanna Spyri", 
      #     "price": 220, 
      #     "pages": 266
      # }
      
      
  5. การลบหรือดึงข้อมูลออกจากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
    • การใช้ฟังก์ชัน pop() เพื่อลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
      เราสามารถดึงข้อมูลที่ต้องการออกจากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน pop() โดยทำการระบุชื่อข้อมูลที่ต้องการดึงออกมาใหักับฟังก์ชัน โปรแกรมจะทำการลบข้อมูลที่ระบุโดยชื่อของข้อมูล(key)และคืนค่าของข้อมูล(value)นั้นออกมาด้วย
      ตัวอย่างการใช้งาน

      # -*- coding: utf-8 -*-
      import json
      
      # สร้างฟังก์ชันสำหรับปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
      def print_dictionary(data):
      	# ทำการปรินต์ค่า ชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยอาศัยฟังก์ชัน json.dumps() เพื่อให้สามารถ
      	# ปรินท์ค่าข้อความออกมาเป็นภาษาไทยแทนการใช้สัญลักษณ์ ascii ภายใน  console
      	print( json.dumps( data, indent=4, ensure_ascii=False ) )
      
      # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
      # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
      # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price), ประเภทของหนังสือ(category)
      book_detail = { "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
                      "isbn": 9786160436651, 
                      "author": "Johanna Spyri", 
                      "pages": 266,
                      "price": 220,
                      "category": ["วรรณกรรม"] }
      
      # ทำการลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยใช้ฟังก์ชัน pop()
      # แล้วทำการอ้างอิงถึงข้อมูลที่จะลบด้วยชื่อข้อมูล(key)
      price = book_detail.pop('price') 
      print( price )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # 220
      
      # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
      print_dictionary( book_detail )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # {
      #     "category": [
      #         "วรรณกรรม"
      #     ], 
      #     "isbn": 9786160436651, 
      #     "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
      #     "author": "Johanna Spyri", 
      #     "pages": 266
      # }
      
      
    • การใช้ฟังก์ชัน popitem() เพื่อลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
      เราสามารถใช้ฟังก์ชัน popitem() เพื่อจะทำการลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี พร้อมทั้งคืนค่า ชื่อข้อมูล(key)และค่าของข้อมูล(value) ที่ทำการลบออกจากดิกชันนารีมาด้วย โดยการใช้ฟังก์ชันดังนี้ ไม่สามารถระบุชื่อข้อมูลที่ต้องการลบ
      ตัวอย่างการใช้งาน

      # -*- coding: utf-8 -*-
      import json
      
      # สร้างฟังก์ชันสำหรับปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
      def print_dictionary(data):
      	# ทำการปรินต์ค่า ชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยอาศัยฟังก์ชัน json.dumps() เพื่อให้สามารถ
      	# ปรินท์ค่าข้อความออกมาเป็นภาษาไทยแทนการใช้สัญลักษณ์ ascii ภายใน  console
      	print( json.dumps( data, indent=4, ensure_ascii=False ) )
      
      # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
      # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
      # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price)
      book_detail = { "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
                      "isbn": 9786160436651, 
                      "author": "Johanna Spyri", 
                      "pages": 266,
                      "price": 220 
                     }
      
      # ทำการลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยใช้ฟังก์ชัน popitem()
      pop_item =  book_detail.popitem() 
      print( pop_item )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # ('price', 220)
      
      # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
      print_dictionary( book_detail)
      # {
      #     "author": "Johanna Spyri", 
      #     "isbn": 9786160436651, 
      #     "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
      #     "pages": 266
      # }
      
      
    • การใช้ฟังก์ชัน clear() เพื่อลบข้อมูลทั้งหมดออกจากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
      หากต้องการลบข้อมูลทั้งหมดออกจากชุดข้อมชนิดดิกชันนารีภายในครั้งเดียวนั้น สามารถจะใช้ฟังก์ชัน clear() เพื่อทำการลบข้อมูลภายในทั้งหมด
      ตัวอย่างการใช้งาน

      # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
      # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
      # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price)
      book_detail = { "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
                      "isbn": 9786160436651, 
                      "author": "Johanna Spyri", 
                      "pages": 266,
                      "price": 220 
                     }
      
      # ทำการลบข้อมูลทั้งหมดภายในชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี 
      book_detail.clear()
      print( book_detail )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # {}
      
      
    • การใช้ฟังก์ชัน del() เพื่อลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
      สามารถใช้ฟังก์ชัน del() เพื่อทำการลบเฉพาะข้อมูลที่ระบุ หรือลบข้อมูลตัวแปรดังกล่าว
      ตัวอย่างการใช้งาน

      # -*- coding: utf-8 -*-
      import json
      
      # สร้างฟังก์ชันสำหรับปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
      def print_dictionary(data):
      	# ทำการปรินต์ค่า ชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยอาศัยฟังก์ชัน json.dumps() เพื่อให้สามารถ
      	# ปรินท์ค่าข้อความออกมาเป็นภาษาไทยแทนการใช้สัญลักษณ์ ascii ภายใน  console
      	print( json.dumps( data, indent=4, ensure_ascii=False ) )
      
      # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
      # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
      # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price)
      book_detail = { "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
                      "isbn": 9786160436651, 
                      "author": "Johanna Spyri", 
                      "pages": 266,
                      "price": 220 
                    }
      
      # ทำการลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยใช้ฟังก์ชัน del() 
      # และระบุชื่อข้อมูลที่ต้องการลบ
      del( book_detail['price'] )
      # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
      print_dictionary( book_detail )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # {
      #     "pages": 266, 
      #     "isbn": 9786160436651, 
      #     "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
      #     "author": "Johanna Spyri"
      # }
      
      # ทำการลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยใช้ฟังก์ชัน del() 
      # และระบุชื่อข้อมูลที่ต้องการลบ
      del( book_detail['pages'] )
      # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
      print_dictionary( book_detail )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # {
      #     "isbn": 9786160436651, 
      #     "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
      #     "author": "Johanna Spyri"
      # }
      
      # ทำการลบข้อมูลตัวแปรที่เก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี โดยใช้ฟังก์ชัน del()
      del(book_detail)
      # ทำการปรินต์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีโดยใช้ฟังก์ชัน print_dictionary()
      print_dictionary( book_detail )
      # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
      # NameError: name 'book_detail' is not defined
      
      
  6. ฟังก์ชันของชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
    ฟังก์ชัน รายละเอียด
    clear() ทำการลบข้อมูลทุกตัวออกจากชุดข้อมูลดิกชันนารี
    copy() คืนค่าการคัดลอกข้อมูลแบบไม่ซับซ้อนมาจากชุดข้อมูลดิกชันนารี
    fromkeys(seq [,v]) คืนค่าชุดข้อมูลดิกชันนารีใหม่ด้วยการสร้างข้อมูลที่มีชื่อข้อมูล(key)เป็นข้อมูลที่ใส่เข้าไปในตัวแปร seq และค่าข้อมูล(value)ที่ใส่เข้าไปในตัวแปร v (โดยหากไม่ระบุข้อมูลให้ตัวแปร v ค่าตั้งต้นจะเป็น None)
    get(key [,d]) คืนค่าข้อมูล(value) จากชื่อข้อมูล(key)ที่ระบุเข้าไปให้ตัวแปร key แต่ถ้าชื่อข้อมูล(key)ดังกล่าวไม่มีอยู่ในชุดข้อมูลดิกชันนารี ให้คืนค่าออกมาเป็นข้อมูลที่ระบุไว้ในตัวแปร d (โดยหากไม่ระบุข้อมูลให้ตัวแปร d ค่าตั้งต้นจะเป็น None)
    items คืนค่าของข้อมูลในชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีออกมาในรูปแบบลิสต์ของ tuple ซึ่งแต่ละ tuple นั้นจะบรรจุข้อมูล ชื่อข้อมูล(key)และค่าข้อมูล(value)
    keys คืนค่าชื่อข้อมูลในชุดข้อมูลดิกชันนารี ออกมาเป็นรูปแบบ ลิสต์ของชื่อข้อมูล(key)ทั้งหมด ที่ถูกระบุอยู่ในชุดข้อมูลดิกชันนารีเดิม
    pop(key [,d]) ลบข้อมูลออกจากชุดข้อมูลดิกชันนารี โดยอ้างอิงจากชื่อข้อมูล(key) ที่ระบุให้กับตัวแปร key แล้วทำการคืนค่าของข้อมูล(value)ดังกล่าวออกมา ในกรณีที่ไม่พบข้อมูลจากชื่อข้อมูล(key)ที่ระบุให้คืนค่าที่ระบุในตัวแปร d (แต่หากในชุดข้อมูลดิกชันนารีไม่มีข้อมูลจากชื่อข้อมูล(key)ที่ระบุและไม่ได้กำหนดค่าให้ตัวแปร d อีกด้วย โปรแกรมจะเกิดข้อผิดพลาด keyError)
    popitem() ทำการลบข้อมูลและคืนค่าข้อมูลที่ลบไปออกมา โดยข้อมูลดังกล่าวจะประกอบด้วย ชุดข้อมูล(key)และค่าของข้อมูล(value) โดยหากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีดังกล่าวไม่มีข้อมูลบรรจุอยู่เลย จะเกิดข้อผิดพลาดขึ้น
    setdefault(key [, d]) หากในชุดข้อมูลดิกชันนารีนั้น มีข้อมูลซึ่งระบุด้วยชื่อข้อมูล(key)ในตัวแปร key อยู่แล้ว ให้คืนค่าของข้อมูล(value)นั้นออกมา แต่หากไม่พบข้อมูลจากชื่อข้อมูลที่ระบุ ให้ทำการเพิ่มข้อมูลใหม่เข้าไปในดิกชันนารี ด้วยชื่อข้อมูล(key)ที่ระบุและกำหนดค่าของข้อมูล(value)จากข้อมูลที่ระบุในตัวแปร d แล้วฟังก์ชันจึงจะทำการคืนค่าจากข้อมูลที่ระบุในตัวแปร d (โดยหากไม่ระบุค่าให้ตัวแปร d จะมีค่าตั้งต้นเป็น None)
    update([other]) ทำการแก้ไขชุดข้อมูลดิกชันนารีด้วยชุดของข้อมูล โดยที่ข้อมูลแต่ละตัวประกอบด้วยชื่อข้อมูล(key)และค่าของข้อมูล(value) ซึ่งระบุไว้ในตัวแปร other หากชื่อข้อมูลที่ระบุ ซ้ำกับชื่อข้อมูลเดิมที่มีอยู่แล้วจะมีการเขียนทับข้อมูลเดิมลงไป
    values() คืนค่าเฉพาะค่าของข้อมูล(value)ของข้อมูลทั้งหมดซึ่งบรรจุอยู่ในชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
  7. การประยุกต์ใช้งานชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี

    เราสามารถจะทำการสร้างชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีขึ้นมา จากการวนลูปเพื่อประมวลผลชุดคำสั่งเพื่อสร้างข้อมูลที่ต้องการได้ โดยคำสั่งที่ใช้จะอยู่ในรูปแบบ
    ชุดข้อมูลดิกชันนารี = { <ตัวแปรของชื่อข้อมูล>: <คำสั่งสำหรับสร้างข้อมูล> <คำสั่งสำหรับลูป> }

    ตัวอย่างการใช้งาน

    # การสร้างชุดข้อมูลของเลขยกกำลังสอง
    # x: 2**x , รูปแบบการสร้างชื่อข้อมูล(key) และ ค่าข้อมูล(value)
    # for x in range(5), รอบของการประมวลผล
    
    # สร้างชุดข้อมูลของเลขยกกำลังสอง โดยให้ชื่อข้อมูล(key)เป็นตัวเลข 0-4 
    # และค่าของข้อมูล(value)เป็นจำนวนยกกำลังสองของชื่อข้อมูลดังกล่าว
    power_of_two = {x: 2**x  for x in range(5) }
    
    # ปรินท์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีของเลขยกกำลังสอง
    print( power_of_two )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # {0: 1, 1: 2, 2: 4, 3: 8, 4: 16}
    
    # โค้ดด้านบนมีค่าเทียบเท่ากับ
    power_of_two = {}
    for x in range(5):
         power_of_two[x] = 2**x
    print( power_of_two )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # {0: 1, 1: 2, 2: 4, 3: 8, 4: 16}
    
    

    การประยุกต์ใช้ชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีดังที่ใช้ไปในตัวอย่างที่แล้ว ในประโยคคำสั่งนั้น เราสามารถจะใส่คำสั่งเพิ่มเติมเช่น for หรือ if ลงไป เพื่อจะทำการกรองข้อมูลให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้นได้
    ตัวอย่างการใช้งาน

    # การสร้างชุดข้อมูลของเลขยกกำลังสองจากเฉพาะจำนวนคู่
    # x: 2**x , รูปแบบการสร้างชื่อข้อมูล(key) และ ค่าข้อมูล(value)
    # for x in range(5), รอบของการประมวลผล
    # if x%2 == 0 ทำการกรองเอาเฉพาะหมายเลขรอบที่เป็นจำนวนคู่
    
    # สร้างชุดข้อมูลของเลขยกกำลังสอง โดยให้ชื่อข้อมูล(key)เป็นตัวเลขคู่ที่มีค่าในช่วง 0-9 
    # และค่าของข้อมูล(value)เป็นจำนวนยกกำลังสองของชื่อข้อมูลดังกล่าว
    power_of_two = {x: 2**x  for x in range(10) if x%2 == 0}
    
    # ปรินท์ค่าชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีของเลขยกกำลังสอง
    print( power_of_two )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # {0: 1, 8: 256, 2: 4, 4: 16, 6: 64}
    
    # โค้ดด้านบนมีค่าเทียบเท่ากับ
    power_of_two = {}
    for x in range(10):
         if x%2 == 0: 
              power_of_two[x] = 2**x
    print( power_of_two )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # {0: 1, 8: 256, 2: 4, 4: 16, 6: 64}
    
    
  8. การตรวจสอบว่าข้อมูลที่กำหนดมีอยู่ในชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีหรือไม่

    เราสามารถตรวจสอบว่าข้อมูลที่กำหนด เป็นข้อมูลที่ระบุอยู่ในชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีที่ระบุหรือไม่ โดยใช้คีย์เวิร์ด “in” เราสามารถตรวจสอบด้วยวิธีนี้ได้เฉพาะกับส่วนของชื่อข้อมูล(key) แต่เราไม่สามารถใช้คีย์เวิร์ด “in” ในการตรวจสอบว่ามีค่าของข้อมูล(value) อยู่ในชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีหรือไม่
    ตัวอย่างการใช้งาน

    # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
    # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
    # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price)
    book_detail = { "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
                    "isbn": 9786160436651, 
                    "author": "Johanna Spyri",
                    "price": 220 }
    
    # ใช้คีย์เวิร์ด "in" เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่ามีชื่อข้อมูล(key) ดังกล่าวอยู่ในชุดข้อมูล
    # ชนิดดิกชันนารีหรือไม่
    print( 'name' in book_detail )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # True
    
    # ใช้คีย์เวิร์ด "in" เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่ามีชื่อข้อมูล(key) ดังกล่าวอยู่ในชุดข้อมูล
    # ชนิดดิกชันนารีหรือไม่
    print( 'author' in book_detail )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # True
    
    # ใช้คีย์เวิร์ด "in" เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่ามีชื่อข้อมูล(key) ดังกล่าวอยู่ในชุดข้อมูล
    # ชนิดดิกชันนารีหรือไม่
    print( 'pages' in book_detail )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # False
    
    # ใช้คีย์เวิร์ด "in" เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่ามีชื่อข้อมูล(key) ดังกล่าวอยู่ในชุดข้อมูล
    # ชนิดดิกชันนารีหรือไม่
    print( 'pages' not in book_detail )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # True
    
    # ใช้คีย์เวิร์ด "in" เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่ามีชื่อข้อมูล(key) ดังกล่าวอยู่ในชุดข้อมูล
    # ชนิดดิกชันนารีหรือไม่
    print( "Johanna Spyri" in book_detail )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # False
    
    
  9. การวนลูปเพื่อดึงข้อมูลในชุดข้อมูลดิกชันนารี

    เราสามารถใช้ for…loop ในการวนลูปเพื่อดึงชื่อข้อมูล(key) ทั้งหมด จากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี แล้วค่อยใช้ชื่อข้อมูลดังกล่าวในการเข้าถึงค่าข้อมูลต่อไป
    ตัวอย่างการใช้งาน

    # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
    # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
    # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price)
    book_detail = { "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
                    "isbn": 9786160436651, 
                    "author": "Johanna Spyri",
                    "price": 220 }
    
    # ทำการวนลูปเพื่อดึงชื่อข้อมูลจากชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
    for key in book_detail:
         print("ชื่อข้อมูล(key): {0}, ค่าของข้อมูล(value): {1}".format(key, book_detail[key]) )
    
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # ชื่อข้อมูล(key): author, ค่าของข้อมูล(value): Johanna Spyri
    # ชื่อข้อมูล(key): isbn, ค่าของข้อมูล(value): 9786160436651
    # ชื่อข้อมูล(key): name, ค่าของข้อมูล(value): ไฮดี้(Heidi)
    # ชื่อข้อมูล(key): price, ค่าของข้อมูล(value): 220
    
  10. ฟังก์ชันที่สามารถใช้งานร่วมกับข้อมูลชนิดดิกชันนารี

    ฟังก์ชันที่ใช้งานได้กับข้อมูลประเภทดิกชันนารีเช่น all(), any(), len(), cmp(), sorted(), etc. นั้นถูกใช้กับข้อมูลชนิดดิกชันนารีเพื่อดำเนินการต่างกันไป

    ฟังก์ชัน รายละเอียด
    all() คืนค่าจริง(True) ถ้าชื่อข้อมูล(key) ทั้งหมดของชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีมีค่าเป็นจริง(True) หรือไม่มีข้อมูลบรรจุอยู่ในดิกชันนารี
    any() คืนค่าจริง(True) ถ้าชื่อข้อมูล(key) ใดข้อมูลหนึ่งของชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีมีค่าเป็นจริง(True) ในกรณีที่ไม่มีข้อมูลบรรจุอยู่ในดิกชันนารีจะคืนค่าเท็จ(False)
    len() คืนค่าจำนวนของสมาชิกของข้อมูล ที่บรรจุอยู่ในชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี
    cmp() ผลการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารีสองข้อมูล
    sorted คืนค่าลิสต์ของชื่อข้อมูล(key)ที่ถูกทำการเรียงลำดับแล้ว โดยใช้ข้อมูลจากชื่อข้อมูลดังกล่าวในการเรียงลำดับ

    ตัวอย่างการใช้งาน

    # กำหนดตัวแปรเพื่อเก็บชุดข้อมูลชนิดดิกชันนารี เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียด
    # ของหนังสือเล่มหนึ่ง โดยระบุข้อมูลชื่อหนังสือ(name), เลขอ้างอิงหนังสือ(isbn),
    # ชื่อผู้แต่ง(author), ราคา(price)
    book_detail = { "name": "ไฮดี้(Heidi)", 
                    "isbn": 9786160436651, 
                    "author": "Johanna Spyri",
                    "price": 220 }
    
    # ทำการตรวจสอบจำนวนของคุณลักษณะที่กำหนดให้ข้อมูลหนังสือที่ระบุ
    print( len(book_detail) )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # 4
    
    # ทำการปรินต์ลิสต์ของชื่อข้อมูล(key) ที่กำหนดให้ข้อมูลหนังสือที่ระบุก่อนทำการเรียงลำดับ
    print(book_detail.keys())
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # ['price', 'isbn', 'name', 'author']
    
    # ทำการเรียงลำดับคุณลักษณะของหนังสือจากชื่อของข้อมูล(key) ที่ระบุ
    sorted_book_detail = sorted(book_detail)
    print( sorted_book_detail )
    # โปรแกรมทำการปรินต์ค่า
    # ['author', 'isbn', 'name', 'price']
    
    

ที่มาของข้อมูล: https://www.programiz.com/python-programming/dictionary
ที่มาของข้อมูลหนังสือ:
https://www.nanmeebooks.com/heidi.html
https://www.naiin.com/product/detail/232954
ภาพหนังสือ:
https://www.nanmeebooks.com/heidi.html