Python – Tuple

Python – Tuple การเก็บข้อมูลแบบ tuple นั้นคล้ายกันกับลิสต์ ความแตกต่างกันตรง tuple นั้นเมื่อทำการกำหนดค่าลงไปให้กับตัวแปรแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก แต่ลิสต์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ข้อได้เปรียบของ tuple เมื่อเทียบกับลิสต์ เนื่องจาก tuple เป็นการเก็บข้อมูลแบบไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้(immutable) การเข้าถึงข้อมูลนั้นจะเร็วกว่าการเข้าถึงข้อมูลในลิสต์ ทำให้ได้เปรียบในเรื่องประสิทธิภาพ เนื่องจาก tuple บรรจุข้อมุลที่ไม่สามารถแก้ไขได้ จึงสามารถใช้ tuple เป็นคีย์(key) สำหรับการเก็บข้อมูลแบบ dictionary แต่ในสำหรับลิสต์นั้นไม่สามารถใช้งานแบบนี้ได้ ถ้าต้องการเก็บข้อมูลที่ไม่ต้องการให้ข้อมูลเปลี่ยนแปลง การใช้งาน tuple จะช่วยป้องกันการแก้ไขข้อมูลได้ การสร้างข้อมูลชนิด tuple การสร้างข้อมูล tuple ในกรณีที่มีข้อมูลมากกว่า 1 ตัว การสร้างข้อมูลชนิด tuple ทำได้โดย นำข้อมูลทั้งหมดมาคั่นด้วยเครื่องหมาย “,” แล้วครอบไว้ด้วยเครื่องหมาย “()” เพื่อระบุขอบเขต โดยเครื่องหมาย “()” สามารถจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้จะสามารถสร้างข้อมูลได้เหมือนกัน สำหรับการระบุข้อมูลใน tuple นั้น จะสามารถจะบรรจุข้อมูลได้ไม่จำกัดจำนวน และสามารถจะบรรจุข้อมูลต่างชนิดกันได้(จำนวนเต็ม, จำนวนทศนิยม, Read more about Python – Tuple[…]

Python – List

Python – List การเก็บข้อมูลประเภทลิสต์นั้น เป็นการเก็บข้อข้อมูลแบบมีลำดับของข้อมูลและสามารถอ้างอิงถึงข้อมูลตามลำดับดังกล่าว โดยในลิสต์เดียวกันสามารถจะบรรจุข้อมูลหลายประเภทรวมกันได้ การสร้างลิสต์ การสร้างลิสต์นั้นทำได้โดยการนำข้อมูลมาเรียงกันเป็นลำดับแล้วครอบด้วยเครื่องหมาย “[]” ซึ่งข้อมูลแต่ละตัว แยกออกจากกันด้วยเครื่องหมาย “,” โดยข้อมูลภายในลิสต์นั้นจะสามารถประกอบด้วยข้อมูลต่างประเภทกันได้ เช่น จำนวนเต็ม(integer), เลขทศนิยม(float), ข้อความ(string),… ตัวอย่างการใช้งาน # สร้างตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลประเภทลิสต์ สำหรับเก็บคะแนน ซึ่งยังไม่เก็บข้อมูลใดๆ scores = [] # สร้างตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลประเภทลิสต์ สำหรับเก็บคะแนน ซึ่งเก็บคะแนนที่เป็นจำนวนเต็ม scores = [85, 62, 70] # สร้างตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลประเภทลิสต์ สำหรับเก็บคะแนน ซึ่งเก็บข้อมูลหลายประเภทซึ่งในตัวอย่างทำการเก็บข้อมูลประเภทจำนวนเต็ม, เลขทศนิยม และข้อความ scores = [85, 62, 70, “NA”, 90.5, 66, 50] สำหรับการเก็บข้อมูลของลิสต์นั้น สามารถที่จะบรรจุข้อมูลประเภทลิสต์ซ้อนอยู่ภายในลิสต์ได้อีกด้วย ซึ่งจะเรียกว่า nested ลิสต์ ตัวอย่างการใช้งาน Read more about Python – List[…]

Python – Numbers, Type Conversion and Mathematics

Python – Numbers, Type Conversion and Mathematics ข้อมูลประเภท number การประกาศข้อมูลในรูปแบบของตัวเลขนั้น สามารถรองรับการใช้ของมูลตัวเลขที่เป็นชนิดต่างๆ ดังนี้ จำนวนเต็ม(integer): int เลขทศนิยม(floating point): float จำนวนเชิงซ้อน(complex): complex หากจะทำการระบุตัวแปรให้เป็นมีชนิดข้อมูลตัวเลขประเภทนี้ จะต้องระบุตัวแปรให้อยู่ในคลาสที่เหมาะสมกับข้อมูลนั้นๆ(int, float หรือ complex) สำหรับเลขจำนวนเต็มและเลขทศนิยมนั้นจะแตกต่างกันตรงเลขระบุทศนิยม ตัวอย่างเช่น 5 เป็นจำนวนเต็ม และ 5.0 เป็นเลขทศนิยม สำหรับจำนวนเชิงซ้อนนั้นจะเขียนให้อยู่ในรูป x + yj ซึ่งส่วนของ x จะเป็นจำนวนจริง(real) และ y จะเป็นจำนวนจินตภาพ(imaginary) หากต้องการทราบชนิดของข้อมูล เราสามารถใชัฟังก์ชัน “type()” เพื่อจะตรวจสอบว่าตัวแปรหรือค่าใดๆ นั้นมาจากคลาสใด และสามารถใช้ฟังก์ชัน “isinstance()” เพื่อทำการตรวจสอบว่าข้อมูลหรือตัวแปรดังกล่าวตรงกับคลาสที่ระบุหรือไม่ ตัวอย่างการใช้งาน # สร้างตัวแปรสำหรับเก็บข้อมูลปริมาณของสินค้า โดยทำการเก็บข้อมูลเป็นจำนวนเต็ม และทำการตรวจสอบชนิดของข้อมูลที่ตัวแปรดังกล่าวเก็บไว้ amount Read more about Python – Numbers, Type Conversion and Mathematics[…]