Python – Pass

Python – Pass

คีย์เวิร์ด pass นั้นคือคำสั่งหนึ่งที่ระบุว่าไม่มีการดำเนินการใดๆ ในบรรทัดนั้น มักจะใช้ในกรณีที่มีการวางโครงสร้างโปรแกรมเอาไว้ แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดในการระบุคำสั่ง

การใช้คีย์เวิร์ด pass นี้ จะต่างกับการใช้คอมเมนท์ตรงที่ หากเป็นการเขียนคอมเมนท์(comment) ตัวแปลภาษาจะไม่ทำการแปลผลโค้ดในส่วนดังกล่าวให้เป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์เข้าใจและใช้ดำเนินการ แต่สำหรับการใช้คีย์เวิร์ด pass นั้น ตัวแปลภาษาจะประมวลผลโค้ดส่วนดังกล่าวเป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ ซึ่งตัวคำสั่ง pass เองนั้นทำการระบุว่า ยังไม่ต้องการให้มีการกระทำการใดๆ ตรงบรรทัดนี้

โครงสร้างของ pass
# เรียกใช้คีย์เวิร์ด pass
pass
การใช้งานคีย์เวิร์ด pass สำหรับคลาส

สามารถใช้คีย์เวิร์ด pass สำหรับคลาสในส่วนของบล๊อกคำสั่งของคลาส โดยใช้คีย์เวิร์ด pass เพื่อเป็นการบอกว่ายังไม่มีการกำหนดตัวแปร หรือฟังก์ชันใดๆ สำหรับคลาสดังกล่าว
ตัวอย่างการใช้งาน

class room():
    # กำหนดคลาสสำหรับเก็บข้อมูลห้องเรียน แต่ยังไม่มีการระบุรายละเอียดของคำสั่งสามารถเรียกใช้จากคลาสนี้ได้
    pass

# สร้างออบเจคของคลาส เพื่อจะสามารถเข้าถึงการใช้งานของตัวแปรและฟังก์ชัน
r = room()

การใช้งานคีย์เวิร์ด pass สำหรับฟังก์ชัน

สามารถใช้คีย์เวิร์ด pass กับฟังก์ชันในส่วนของบล๊อกคำสั่งของฟังก์ชัน โดยแทนคำสั่งด้วยคีย์เวิร์ด pass ซึ่งเป็นการบอกว่ายังไม่มีการระบุคำสั่งใดๆ สำหรับการดำเนินการของฟังก์ชันดังกล่าว
ตัวอย่างการใช้งาน

class room:
	# เพิ่มฟังก์ชันสำหรับแปลงอุณหภูมิจากหน่วยองศาเซลเซียสเป็นองศาฟาเรนต์ไฮต์
	def convert_temperature_to_fahrenheit(self, degree_celsius):
		# ยังไม่ทำการระบุคำสั่งในการแปลงอุณหภูมิ
		pass

	# เพิ่มฟังก์ชันสำหรับแปลงอุณหภูมิจากหน่วยจากองศาฟาเรนต์เป็นไฮต์องศาเซลเซียส
	def convert_temperature_to_celsius(self, degree_fahrenheit):
		# ยังไม่ทำการระบุคำสั่งในการแปลงอุณหภูมิ
		pass

# สร้างออบเจคของคลาส เพื่อจะสามารถเข้าถึงการใช้งานของตัวแปรและฟังก์ชัน
r = room()


# อุณหภูมิห้องปัจจุบัน(องศาฟาเรนต์ไฮต์)
degree_celsius = 100
# เรียกใช้งานฟังก์ชันของคลาสเพื่อทำการแปลงอุณหภูมิจากหน่วยองศาเซลเซียสเป็นองศาฟาเรนต์ไฮต์
degree_fahrenheit = r.convert_temperature_to_celsius(degree_celsius)
# ตรวจสอบว่าผลลัพท์ที่ได้จากฟังก์ชันนั้นมีข้อมูลคืนกลับมาหรือไม่ แล้วทำการปรินต์ค่าผลลัพท์จากฟังก์ชัน
if degree_fahrenheit is not None:
	print("{0:.2f}".format(degree_fahrenheit))


# อุณหภูมิห้องปัจจุบัน(องศาเซลเซียส)
degree_fahrenheit = 100
# เรียกใช้งานฟังก์ชันของคลาสเพื่อทำการแปลงอุณหภูมิจากหน่วยองศาฟาเรนต์ไฮต์เป็นองศาเซลเซียส
degree_celsius = r.convert_temperature_to_fahrenheit(degree_fahrenheit)
# ตรวจสอบว่าผลลัพท์ที่ได้จากฟังก์ชันนั้นมีข้อมูลคืนกลับมาหรือไม่ แล้วทำการปรินต์ค่าผลลัพท์จากฟังก์ชัน
if degree_celsius is not None:
	print("{0:.2f}".format(degree_celsius))

# โปรแกรมไม่ทำการปรินต์ค่าใดๆ เนื่องจากฟังก์ชันยังไม่ระบุคำสั่งสำหรับทำการคำนวณและคืนค่าออกมา
การใช้งานคีย์เวิร์ด pass กับลูป

สามารถใช้คีย์เวิร์ด pass กับลูปโดยในส่วนบล๊อกของคำสั่งเราสามารถแทนด้วยคีย์เวิร์ด pass เพื่อทำการระบุว่า ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ สำหรับลูปดังกล่าว
ตัวอย่างการใช้งาน

class room:

	#ฟังก์ชันสำหรับแปลงอุณหภูมิจากหน่วยองศาเซลเซียสเป็นองศาฟาเรนต์ไฮต์
   	def convert_temperature_to_fahrenheit(self, degree_celsius):
        	# สมการสำหรับแปลงอุณหภูมิ
        	degree_fahrenheit = degree_celsius * (9.0/5.0) + 32 
        	return degree_fahrenheit
   	
   	# เพิ่มฟังก์ชันสำหรับแปลงอุณหภูมิจากหน่วยจากองศาฟาเรนต์เป็นไฮต์องศาเซลเซียส
   	def convert_temperature_to_celsius(self, degree_fahrenheit):
   	   	# สมการสำหรับแปลงอุณหภูมิ
   	   	degree_celsius = (degree_fahrenheit -32) * (5.0/9.0)
   	   	return degree_celsius

   	#ฟังก์ชันสำหรับอุณหภูมิสูงสุดจากชุดข้อมูลที่ระบุ
   	def calculate_maximum_temperature(self, temperatures):
   	   	for temperature in temperatures:	 	
   	   	   	# ระบุวิธีการคำนวณอุณหภูมิสูงสุดจากชุดข้อมูลที่ระบุ
   	   	   	pass

# # สร้างออบเจคของคลาส เพื่อจะสามารถเข้าถึงการใช้งานของตัวแปรและฟังก์ชัน
r = room()


# อุณหภูมิห้องปัจจุบัน(องศาฟาเรนต์ไฮต์)
degree_celsius = 100
# เรียกใช้งานฟังก์ชันของคลาสเพื่อทำการแปลงอุณหภูมิจากหน่วยองศาเซลเซียสเป็นองศาฟาเรนต์ไฮต์
degree_fahrenheit = r.convert_temperature_to_celsius(degree_celsius)
# ตรวจสอบว่าผลลัพท์ที่ได้จากฟังก์ชันนั้นมีข้อมูลคืนกลับมาหรือไม่ แล้วทำการปรินต์ค่าผลลัพท์จากฟังก์ชัน
if degree_fahrenheit is not None:
	print("{0:.2f}".format(degree_fahrenheit))
# โปรแกรมทำการปรินต์ค่า 37.78


# อุณหภูมิห้องปัจจุบัน(องศาเซลเซียส)
degree_fahrenheit = 100
# เรียกใช้งานฟังก์ชันของคลาสเพื่อทำการแปลงอุณหภูมิจากหน่วยองศาฟาเรนต์ไฮต์เป็นองศาเซลเซียส
degree_celsius = r.convert_temperature_to_fahrenheit(degree_fahrenheit)
# ตรวจสอบว่าผลลัพท์ที่ได้จากฟังก์ชันนั้นมีข้อมูลคืนกลับมาหรือไม่ แล้วทำการปรินต์ค่าผลลัพท์จากฟังก์ชัน
if degree_fahrenheit is not None:
	print("{0:.2f}".format(degree_celsius))
# โปรแกรมทำการปรินต์ค่า 212.00


# ชุดข้อมูลของอุณภูมิของแต่ละชั่วโมงภายใน 1 วัน(องศาเซลเซียส)
temperatures = [33, 33, 32, 31, 29, 27, 27, 26, 26, 25, 25, 25, 24, 24, 24, 24, 24, 24, 26, 28, 30, 31, 32, 33]
# เรียกฟังก์ชันเพื่อคำนวณหาอุณหภูมิสูงสุดจากชุดข้อมูลที่ระบุ
degree_maximum = r.calculate_maximum_temperature(temperatures)
if degree_maximum is not None:
	print("{0:.2f}".format(degree_maximum))

ที่มาของข้อมูล: https://www.programiz.com/python-programming/pass-statement